ความเป็นมาของปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ
|
|
![]() |
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการกินดีอยู่ดีของมนุษย์ รวมทั้งช่วยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการแก้ไขปัญหาความยากจน แต่ในปัจจุบันอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของโลกยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติให้แก่การขยายตัวของพื้นที่การเกษตร การเจริญเติบโตของเมืองและเครือข่ายคมนาคม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบล่าสัตว์และเก็บเกี่ยวพืชอย่างผิดกฎหมาย การละเลยสายพันธุ์พืชและสัตว์พื้นเมือง ตลอดจนการรุกรานจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่น |
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา เกิดขึ้นในอัตรา 50-100 เท่าของอัตราการสูญพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000-10,000 เท่า ในศตวรรษที่ 21 นี้ และมากกว่า 31,000 ชนิดพันธุ์ จะสูญพันธุ์ไป การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ นำมาสู่ความหวาดวิตกว่าคุณภาพชีวิตมนุษย์จะตกอยู่ ในความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสูญเสียสิ่งดีๆ ที่ได้จากธรรมชาติที่จำเป็นยิ่งสำหรับการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร น้ำสะอาด เชื้อเพลิง ไม้และเส้นใย สภาพภูมิอากาศที่ดี และยารักษาโรค ความห่วงกังวลในเรื่องการสูญเสียทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพนี้ ทำให้นานาประเทศหารือร่วมกั0 นทั้งในเวทีการประชุมระหว่างประเทศต่างๆ และได้ร่วมกันวางแนวทางและการตั้งเป้าหมายเพื่อให้นานาประเทศมีความตระหนัก และเกิดแนวทางที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมในการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน และการลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายดังกล่าวคือ เป้าหมายปี 2010 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ |
![]() |
![]() |
ตามข้อมติที่ 6/26 จากการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 6 .ในปีพศ 2545 เห็นชอบกับแผนกลยุทธ์สำหรับอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ภาคีสมาชิกตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการตามถ้อยแถลง ด้านพันธกิจในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทั้งสามข้อ ของอนุสัญญาฯ ในการลดอัตราการสูญเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และโลกภายในปี 2010 เพื่อลดระดับความยากจนและเพื่อประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตบนผืนโลก เป้าหมายนี้ได้รับการรับรองอีกครั้ง ในการประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลกว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน (World Summit on Sustainable Development) ในเดือนกันยายน 2002 (พ.ศ. 2545) ด้วยตระหนักว่าธรรมชาติกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมโทรมมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลประเทศในสหภาพยุโรป ร่วมมือกับสหภาพสากลแห่งการอนุรักษ์ (IUCN) ดำเนินโครงการริเริ่มเพื่อการดังกล่าว โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชน ประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน มีส่วนร่วมดำเนินกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ กิจกรรมมากมาย ล้วนแล้วแต่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และภาคเอกชน เช่น รัฐบาลอิตาลีได้สนับสนุนให้เด็กนักเรียนและครู สนใจในผลกระทบที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดยริเริ่มกิจกรรมเฝ้าติดตามตรวจสอบช่วงระยะที่ดอกไม้บาน ในพื้นที่อุทยานทั่วประเทศ แล้วจัดทำเป็น “แผนที่ดอกไม้บาน” (Map of Spring) ซึ่งจะทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงปีต่อปี ที่เกิดขึ้นกับพืชพรรณ อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในปัญหาคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพของโลก |
ในปี ค.ศ.2010 (พ.ศ. 2553) นี้เอง องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Year of Biodiversity) (ข้อมติสมัชชาองค์การสหประชาชาติที่ 61/203 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2006) และกำหนดให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพเป็นหน่วยประสานงานกลางสำหรับการจัดงานเพื่อฉลองในปีดังกล่าว ภายใต้หัวข้อ “Biodiversity for Development and Poverty Alleviation” ที่ประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ ได้ร้องขอให้ภาคีอนุสัญญาฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมในปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 2010 ในการลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายในปี ค.ศ. 2010 โดยกำหนดรูปแบบให้มีการจัดการสัมมนา และเปิดเวทีการเจรจาหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย 2010 พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานและข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึง อัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่สูงขึ้น จัดทำภาพยนตร์และสารคดีอื่นๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จ ตามเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2010 รวมถึงแปลข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์สำหรับ การจัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อนจะถึงการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 10 ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2010 ในระหว่างนี้จะมีกิจกรรมและเวทีการเจรจาหารือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ทั้งที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความหลากหลายทางชีวภาพ และที่อยู่นอกเหนือจากเวทีการเจรจาหารือเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การเจรจาต่อรองในประเด็นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดสรรเงินทุนรอบที่ 5 ของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และการประชุมระดับสูงอื่นๆ ที่สำคัญคือ การประชุมคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ วิชาการ และเทคโนโลยี (SBSTTA) และคณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการทบทวนการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (WGRI) ซึ่งจะมีการหารือและเจรจาต่อรองเกี่ยวกับเป้าหมายหลังปี 2010 และนำผลที่ได้เข้าสู่การประชุมสุดยอดของผู้นำทั่วโลกในการประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติ (UNGA) การประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (G8) การประชุมประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 แห่ง (G20) ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมในทุกการประชุมดังกล่าวจำเป็นต้องแสดงเจตจำนงที่มุ่งมั่นและพันธกรณีที่ชัดเจนในการดำเนินงานลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่ออนาคตที่สดใสและยั่งยืนของโลกสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการเตรียมการเพื่อเข้าร่วมการประชุมโดยจัดเตรียมประเด็นเจรจา ท่าทีของประเทศเพื่อเข้าร่วมการประชุมฯ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ คือ การปกป้องคุ้มครองมิให้มีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพมากไปกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการวิจัยทรัพยากรชีวภาพเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงพาณิชย์ โดยพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้มีสมรรถนะเป็นเลิศ พอที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้เป็นอย่างดี คาดว่าภายในปี 2010 ประเทศไทยจะสามารถให้คำตอบที่น่าชื่นชมกับประชาคมโลกได้ว่าสามารถลดอัตราการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม มีการดำเนินงานอีกมากจากหน่วยงานต่างๆ ภาคเอกชน ชุมชน และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่จะเป็นส่วนร่วมให้เกิดความสำเร็จดังคาดหวัง |
|