ชื่อภาษาไทย : สิรินธรวัลลี
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phanera sirindhorniae (K. Larsen & S. S. Larsen) Mackinder & R. Clark
ชื่อวงศ์ : Fabaceae
ลักษณะพืช : ไม้เถาเนื้อแข็ง กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง หูใบรูปขอบขนานแกมรูปรี ยาว 0.5-0.7 ซม. ร่วงง่าย ใบรูปไข่ ยาว 5-18 ซม. ปลายแยก 2 แฉกตื้น ๆ หรือลึกถึงโคนใบ แผ่นใบหนา ก้านใบยาว 2-6.5 ซม. ช่อดอกแบบกระจะ ออกตามซอกใบ มีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงหนาแน่น แกนกลางช่อดอกยาว 2-10 ซม. ก้านดอกยาว 1.5-2 ซม. ตาดอกทรงรีปลายแหลม ใบประดับมีขนด้านนอก รูปใบหอก ยาวประมาณ 0.5 ซม. ฐานดอกมีริ้วและมีขนปกคลุม รูปคล้ายแตรแคบ ๆ ยาว 1-1.5 ซม. กลีบเลี้ยง ยาวประมาณ 1 ซม. มีรอยแยกถึงโคน 1 รอย ปลายกลีบจักตื้น ๆ กลีบดอกมีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่นด้านนอก รูปใบหอก ยาว 1-1.3 ซม. รวมก้านกลีบ เกสรเพศผู้ 3 อัน ก้านชูอับเรณูเกลี้ยง มีเกสรที่เป็นหมัน 2 อัน รูปคล้ายสามเหลี่ยม รังไข่มีขนสีน้ำตาลแดง มีก้านสั้น ๆ ก้านเกสรเพศเมียยาว 0.7-1 ซม. มีขน ผลแบบฝักถั่ว มีขน แบน รูปใบหอก ยาว 15-18 ซม. เมล็ดมี 5-7 เมล็ด สีน้ำตาลเข้ม กลมแบน เส้นผ่านศูนย์กลางยาว 1.5-2 ซม.

การกระจายพันธุ์
/ถิ่นอาศัย
: พบเฉพาะทางภาคตะวันอกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณภูวัว ภูทอกน้อย จังหวัดบึงกาฬ ภูลังกา จังหวัดนครพนม และภูพาน จังหวัดสกลนคร ขึ้นกระจายทั่วไปตามชายป่าดิบแล้ง และที่โล่งตามชายป่า ระดับความสูง 150-200 เมตร

กลุ่มพืช : dicotyledon
การใช้ประโยชน์ : ornamental
[ Rare ]
R