มรดกโลก

          ประเทศไทยได้เข้าร่วมให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2530 มีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานประสานงานระดับชาติของอนุสัญญาฯ ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ โดยมีกรมศิลปากร และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ตามลำดับ

มรดกโลกทางธรรมชาติในประเทศไทย

          ประเทศไทยได้รับความเห็นชอบให้ขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ รวม 2 แห่ง ได้แก่ ทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง (พ.ศ. 2534) และผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (พ.ศ. 2548) (สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย, 2548)

ทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

          เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ห้วยขาแข้ง มีพื้นที่รวม 4,015,087 ไร่ หรือ 6,424.14 ตารางกิโลเมตร จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นแกนกลางของกลุ่มป่าตะวันตก ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย นอกจากนี้ผืนป่าตะวันตกยังเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศ และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผืนป่าตะวันตกเกิดจากการผนวกรวมเขตอนุรักษ์ถึง 17 แห่ง เข้าเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 11 อุทยานแห่งชาติ และ 6 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีพื้นที่รวม 11,706,586 ไร่ หรือ 18,730.54 ตารางกิโลเมตร ทอดตัวตามแนวเทือกเขาถนนธงชัยและตะนาวศรี โดยมีพื้นที่คาบเกี่ยวใน 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี และสุพรรณบุรี  สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ห้วยขาแข้ง มีรายงานการพบสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามหลายชนิด เช่น ควายป่า (Bubalus bubalis) วัวแดง (Bos javanicus) สมเสร็จ (Tapirus indicus) แมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) เสือโคร่ง (Panthera tigris) นกเงือกคอแดง (Aceros nipalensis) และนกยูง (Pavo muticus) เป็นต้น

รายละเอียดเพิ่มเติม http://whc.unesco.org/en/list/591/

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

          ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เกิดจากการรวมกันของ 5 พื้นที่อนุรักษ์ คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ มีพื้นที่รวม 3,845,082.53 ไร่ หรือ 6,152.13 ตารางกิโลเมตร โดยผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีพื้นที่คาบเกี่ยวกับจังหวัดนครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สระบุรี และสระแก้ว

          ในอดีตผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีสภาพป่าที่รกทึบ มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อยู่อย่างชุกชุม แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการพัฒนา ผืนป่าถูกแผ้วถางเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูก ประกอบกับการตัดถนนมิตรภาพผ่าใจกลางป่า ได้ทำให้ผืนป่ายิ่งถูกทำลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 ป่าเขาใหญ่ก็ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นจุดรากฐานการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศไทยที่ก่อตัวเป็นรูปร่างอย่างชัดเจน และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

          ในปัจจุบัน ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ก็ยังคงปกคลุมไปด้วยชนิดป่าอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้า ซึ่งก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และความชุ่มชื้นสูง กลายเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำปราจีนบุรี ลำพระเพลิง และลำตะคอง นอกจากนี้ ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ยังเป็นป่าอนุรักษ์ที่ยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอย่างชุกชุม โดยมีรายงานการพบช้างป่า (Elephas maximus) ไม่น้อยกว่า 250-300 ตัว เสือโคร่ง (Panthera tigris) นกเงือกรามช้าง (Aceros undulatus) นกกก (Buceros bicornis) และจระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis) ซึ่งมีรายงานการพบอย่างน้อย 2 ตัว ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดกลางป่าลึกของอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นต้น

รายละเอียดเพิ่มเติม http://whc.unesco.org/en/list/590