ความร่วมมือระหว่างประเทศ

โครงการ/ความร่วมมือการดำเนินงานระหว่างประเทศ
รายละเอียด

คณะกรรมการอนุรักษ์นกอพยพภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Migratory Waterbird Conservation Commitee: MWCC) 

     ประเทศไทยเข้าร่วมในคณะกรรมการอนุรักษ์นกอพยพภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Migratory Waterbird Conservation Commitee: MWCC) ตั้งแต่ปี 2546 และเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการฯ ดังกล่าวในครั้งที่ 8 และ 9 นอกจากนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 15-20 ธันวาคม 2548 ณ จังหวัดกระบี่ โดยในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 ประเทศไทยได้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ แรมซาร์ไซต์ลำดับที่ 1101 เป็นพื้นที่เครือข่ายนกชายเลนอพยพ (Shorebird Site Network) แห่งแรกของประเทศ และได้มีพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2548 ปัจจุบัน คณะกรรมการชุดนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบความร่วมมือเป็นรูปแบบของภาคีความร่วมมือ ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการขอความเห็นชอบในการลงนามในบันทึกข้อตกลงการเข้าร่วม ในภาคีเครือข่ายอนุรักษ์นกอพยพในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก - ออสเตรเลีย รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ภาคีความร่วมมือฯ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.eaaflyway.net/
โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำลุ่มน้ำโขง (Mekong Wetlands Biodiversity Conservation and sustainable Use Programme, MWBP)

     เป็นโครงการความร่วมมือและสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) The World Conservation Union (IUCN) Mekong River Commision (MRC) และ Global Environment Facility (GEF) มีประเทศในเขตลุ่มน้ำโขงตอนล่าง 4 ประเทศ ร่วมดำเนินโครงการ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยประสานงานกลางโครงการของประเทศไทย การดำเนินโครงการมีเป้าหมายในการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน สำหรับประเทศไทย้คัดเลือกลุ่มน้ำสงครามตอนล่างเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นแม่น้ำสาขาสายหลักของแม่น้ำโขง มีต้นกำเนิดในจังหวัดอุดรธานี มีความยาวประมาณ 465 กม. เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรจากพื้นที่ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่
โครงการจัดการและคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำ: การดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ
    รัฐบาลเดนมาร์ก้ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาแห่งเดนมาร์ก (Danish Cooperation on Environment and Development - DANCED) เพื่อดำเนิน โครงการจัดการและคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำ: การดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Implementation of the Ramsar Convention, Management and Protection of Wetland Areas) การดำเนินโครงการฯ เน้นการใช้รูปแบบของการวางแผน การจัดการ การเสริมสร้างความตระหนัก และการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาค การใช้ประโยชน์ต่าง ๆ การพัฒนาโครงสร้างทางสถาบัน การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรและการดำเนินกิจกรรมตัวอย่างในพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่โครงการนำร่อง โดยพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ คือ แอ่งเชียงแสน (รวมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย) จังหวัดเชียงราย ซึ่งระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดินที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นทีั่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ็กที่น
โครงการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนในประเทศไทยและลุ่มน้ำโขง      เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง WWF ประเทศเดนมาร์ก กับ WWF ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สำนักงานประเทศไทย โดยมีมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน และมูลนิธิฮักเมืองน่าน เป็นองค์กรร่วมดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมายของโครงการฯ และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การความช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาแห่งประเทศเดนมาร์ก ( DANIDA) มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี (พ.ศ. 2549-2551) และรับผิดชอบดำเนินงานโดย WWF ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สำนักงานประเทศไทย โดยระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดินที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ คือ ลุ่มน้ำน่านตอนบน (สันปันน้ำ) จังหวัดน่าน แม่น้ำเลย (ที่ราบลุ่มแม่น้ำ) จังหวัดเลย และแหล่งน้ำอีก 2 แห่งในจังหวัดหนองคายคือ บึงโขงหลงและกุดทิง รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่
โครงการจัดทำบัญชีรายชื้อพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกในประเทศไทย

     เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกทั่วโลก ซึ่งริเริ่มและประสานงานความร่วมมือระหว่าง Birdlife International และ สมาคมอนุรักษนกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ JBIC (Japan Bank for International Cooperation) สำหรับระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดินที่โดดเด่น ได้แก่ ทะเลสาบและที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ IBA จำนวน 10 พื้นที่ เช่น บึงบอระ้พ็ด ทะเลน้อย เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

โครงการ ไทย-ญี่ปุ่น ร่วมฟื้นฟูลุ่มน้ำท่าจีน      มูลนิธิศูนย์สิ่งแวดล้อมโลก Global Environment Center Foundation (GEC) เป็นมูลนิธิที่ให้การสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และศูนย์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมนานาชาติ (IETC) ภายใต้การกำกับของกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ได้ประสานงานมายังมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ “ไทย-ญี่ปุ่น ร่วมฟื้นฟูลุ่มน้ำท่าจีน” โดยเน้นการส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินงานในพื้นที่ ระหว่างกลุ่มองค์กรที่ได้ร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ต้น คือมหาวิทยาลัยมหิดล กรมควบคุมมลพิษ ชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีนจังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5

     การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจะเป็นการสนับสนุนการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือ เพื่อการทำงานร่วมกันให้ถึงเป้าหมายหลัก คือ การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของแม่น้ำ โดยใช้กรณีตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ ทั้งนี้รูปแบบการดำเนินงานประกอบด้วย 1) การจัดประชุมสัมมนาเพื่อการปฏิบัติจริงโดยนำจากผลการดำเนินงานตามข้อ 1  มาต่อยอดในการทำงาน 2) การจัดทำแผนที่สิ่งแวดล้อมต้นแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 3) การทัศนศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศของผู้ร่วมดำเนินโครงการ และ 4) การจัดทำหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับลุ่มน้ำท่าจีนและการจัดการสิ่งแวดล้อม รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่
โครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง      กรมทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (Thai National Mekong Commitee Secretariat: TNMC) โดยมีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเป็นเลขาธิการ และผู้อำนยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นรองเลขาธิการ TNMC ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางฝ่ายไทย ในการประสานความร่วมมือกับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง คณะกรรมมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติของประเทศภาคีสมาชิก (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศไทย) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้งานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำโขงสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเสนอแนะแนวทางและข้อคิดเห็นในประเด็นเชิงนโยบายให้แก่คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและคณะทำงานต่างๆ ภายใต้ TNMC ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะกลไก เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินการแผนงานและโครงการต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน
การสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำพรมแดน      กรมทรัพยากรน้ำร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ จัดการประชุมระดับรัฐมนตรี เรื่อง " การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำพรมแดน (Strengthening Transboundary Freshwater Governance) ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2552 นับว่าเป็นการประชุมครั้งแรกของโลกในเรื่อดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 263 ลุ่มน้ำพรมแดนทั่วโลกและมีปริมาณน้ำ 60 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำทั้งหมด แต่มีการบริหารจัดการเพื่อนำมาใช้ประฌยชน์น้อยมาก เนื่องจากขาดกลไกการจัดการที่ดี ผลจากการประชุมนำไปสู่การจัดทำ "แผนปฏิบัติการกรุงเทพฯ" (Bangkok Action Plan) ที่นานาประเทศจะต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรในลุ่มน้ำพรมแดนอย่างจริงจัง