พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site)

     ประเทศไทย ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (อนุสัญญาแรมซาร์) เป็นลำดับที่ 110 ซึ่งพันธกรณีของอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 และประเทศไทยได้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 948 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศของอนุสัญญาฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2544 ประเทศไทยมีแรมซาร์ไซต์เพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ ในลำดับที่ 1098-1102 และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 พื้นที่ชุ่มน้ำอีก 4 แห่งได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่แรมซาร์ไซต์เพิ่มเติม ในลำดับที่ 1182-1185 และเมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 11 ของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 1734 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศของอนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551ทำให้ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Sites) รวม 12 แห่ง คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 2,274,330 ไร่ ประกอบด้วยระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดิน จำนวน 6 แห่งและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 6 แห่ง

     สำหรับระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดินของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ทั้ง 6 แห่งนั้น ประกอบด้วย


พรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง
   ลำดับที่ 948 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
   มีพื้นทีึ่ประมาณ 3,085 ไร่ เป็นพื้นที่พรุมีน้ำท่วมขัง พื้นป่ามีกก หญ้ากระจูด เสม็ดขาว ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เป็นที่ทำรังวางไข่ของนกกาน้ำเล็ก นกกระสาแดง นกยางควาย นกยางเปียและนกแขวก มีนกมารวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ คาดว่ามากกว่า 10,000 ตัวในฤดูอพยพ อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ซึ่งประกอบด้วยระบบนิเวศที่มีความหลากหลาย เช่น บึงน้ำจืด ป่าพรุเสม็ด ดหงญ้าชื้นแฉะ ดงกกกลม ดงแขม และนาข้าว ทะเลน้อยเป็นที่อยู่อาศัยของนกน้ำกว่า 187 ชนิด โดยเฉพาะ "นกกาบบัว" ซึ่งทำรังวางไข่ที่นี่เพียงแห่งเดียว พบนกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่้างยิ่ง ได้แก่ นกอ้ายงั่วและนกตะกรุม นกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ นกกระสานวล นกกระสาแดง นกกาบบัว นกช้อนหอยขาว เหยี่ยวดำและนกฟินฟุท ในฤดูหนาว จะพบนกอพยพที่สำคัญ ได้แก่ นกช้อนหอยขาว เป็ดแดง เป็ดคับแค รายละเอียดเพิ่มเติม
บึงโขงหลง จ.หนองคาย
    ลำดับที่ 1098 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
    
มีพื้นทีประมาณ 13,837 ไร่ เป็นหนึุ่งในบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกเฉัียงเหนือของประเทศไำทย ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2525 บึงโขงหลงมีลักษณะแคบยาว เกิดจากลำห้วยหลายสายมารวมกัน เป็นส่วนของที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำสงคราม เป็นแหล่งพักพิงของนกอพยพในฤดูหนาวไม่น้อยกว่า 33 ชนิด ได้แก่ เป็ดดำหัวดำ เป็ดแดง นกกระสาแดง นกยางโทนน้อย นกยางเปีย เป็ดดำหัวสีน้ำตาล เป็ดคับแคและนกกระแตหัวเทา ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการดูนกในฤดูหนาวและยังเป็นแหล่งประมงที่สำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติม
หนองบงคาย จ.เชียงราย
   ลำดับที่ 1101 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
มีพื้นทีี่ประมาณ 2,712 ไร่ เป็นบึงน้ำจืดขนาดเล็กที่อยู่ท่ามกลางภูเขาในเขตอำเภอเชียงแสน ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในปี พ.ศ.2528 เป็นแหล่งพักพิงที่สำคัญของนกอพยพในฤดูหนาว ในบริเวณนี้พบนกอพยพอย่างน้อย 121 ชนิด เป็นนกน้ำ 53 ชนิด ที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ได้แก่ นกกาน้ำใหญ่ นกกระสาแดง นกกระสาดำ เหยี่ยวดำ เป็ดดำหัวสัน้ำตาล เป็ดดำหัวดำ หนองบงคายเ็ป็นที่อยู่อาศัยของปลาหมอแคระ ซึ่งพบเฉพาะในแหล่งน้ำจืดแถบภาคใต้ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงเท่า่นั้น และปลากัดไทยซึ่งเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น ทุกวันนี่หนองบงคายเป็นแหล่งดูนกอพยพในฤดูหนาวที่พบนกเป็ดน้ำหลากหลายชนิดที่สุด รายละเอียดเพิ่มเติม
พรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส
    ลำดับที่ 1102 ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
    มีพื้นที่ประมาณ 125,625 ไร่ ป่าพรุดั้งเดิมผืนใหญ่ผืนสุดท้ายของประเทศไทยที่ยังคงเหลืออยู่ ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2534 สังคมพืชในพรุโต๊ะแดงมีลักษณะพิเศษเฉพาะ มีพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นอย่างน้อย 50 ชนิด เช่น ช้างไห้ กาบอ้่อย พญาไม้ ปาหนันช้าง เต่าร้าง หมากงาช้าง เป็นต้น ในป่าพรุแห่งนี้พบนกอย่างน้อย 217 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 52 ชนิด และปลา 62 ชนิด ซึ่งบางชนิดอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม เช่น เหยี่ยวปลาใหญ่หัวเทา นกตะกรุม นกเปล้าใหญ่ เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติม
ทุ่งสามร้อยยอดในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
    ลำดับที่ 1734 ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
    มีพื้นที่ประมาณ 43,074 ไร่ โดยเป็นทุ่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 1,190 ไร่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีระบบนิเวศที่แตกต่างกันถึง 10 ประเภท ทั้งที่เป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำในแผ่นดินและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง มีความหลากหลายของชนิดนกสูงมากถึง 316 ชนิด ซึ่งอย่างน้อย 157 ชนิด อาศัยและพึ่งพิงในพื้นที่โดยเฉพาะในทุ่งสามร้อยยอดพบนกอย่างน้อย 116 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ซึ่งอยู่ในสถานภาพถูกคุกคามของโลก ได้แก่ นกตะกราม นกกระทุง เป็ดดำหัวดำ นกอินทรีปีกลาย นกหัวโตมลายู นกซ่อมทะเลอกแดง เป็นต้น ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งของประเทศไทย ได้แก่ นกเค้าแดงใหญ่สีน้ำตาล พบชนิดพันธุ์ปลาที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ปลาดุกด้าน พบไม้ชายเลน พืชชายหาดและพืชน้ำรวมไม่น้อยกว่า 150 ชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีความสำคัญในฐานะแหล่งกักเก็บน้ำฝนและน้ำท่าขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยรักษาสมดุลน้ำใต้ดินและผลัักดันน้ำทะเล และฐานะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกอพยพที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย เป็นแหล่งที่พักอาศัยของนกน้ำประจำถิ่นและที่อพยพมาจากยุโรปและตอนเหนือของทวีปเอเชียจำนวนมากในทุกๆ ปี รายละเอียดเพิ่มเติม
        กุดทิง จ.บึงกาฬ
    ลำดับที่ 1926 ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ
    มีพื้นที่ประมาณ  16,500 ไร่ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากตัวอำเภอบึงกาฬราว 5 กิโลเมตร มีรูปร่างที่มองจากทางอากาศคล้ายกับปีกผีเสื้อ ระดับน้ำลึกประมาณ 5-10 เมตร มีความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วยสัตว์น้ำกว่า  250  สายพันธุ์  มีปลาที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีที่ใดในโลก  20  สายพันธ์    พืชน้ำกว่า  200  ชนิดเป็นที่ทำมาหากินของประชาชนในบริเวณนั้นกว่า  2,000  ครัวเรือน  มีนกพันธุ์ต่างๆกว่า  40  ชนิด ในฤดูน้ำหลากอาจลึกมากสุดถึง 10 เมตร ที่สำคัญมีระบบนิเวศเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง ทำให้มีความหลากหลายของชนิดปลาสูง รายละเอียดเพิ่มเติม