การคุกคามแหล่งน้ำในแผ่นดิน
 

     


    แหล่งน้ำในแผ่นดิน (Inland water) หรือระบบนิเวศน้ำจืดหรือระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นหนึ่งในระบบนิเวศซึ่งมีความเปราะบาง และถูกคุกคามจากมนุษย์เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก ปัจจุบันแม่น้ำ หนอง บึง พรุ และพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก กำลังถูกคุกคามจากสาเหตุต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายภาพของระบบนิเวศ การระบายน้ำออกจากแหล่งน้ำ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติมากจนเกิดศักยภาพ มลพิษและการนำเข้าชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ในทศวรรษที่ผ่านมา ร้อยละ 20 ของพันธุ์ปลาน้ำจืดทั่วโลก (ซึ่งมีอยู่กว่า 10,000 ชนิด) อยู่ในภาวะคุกคาม ใกล้สูญพันธุ์ หรือสูญพันธุ์ [1] 

     

 
 


สาเหตุของการสูญเสียและเสื่อมโทรม
[2]

   สาเหตุสำคัญของความเสื่อมโทรมของแม่น้ำ ทะเลสาบ หนอง บึงน้ำจืดและแหล่งน้ำในแผ่นดินอื่นๆ รวมถึงการสูญพันธ์ของสายพันธู์พืช/สัตว์บางชนิด คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การผันน้ำ การเก็บเกี่ยวและใช้ประโยชน์ที่มากเกินไปรวมทั้งการรุกรานของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ต่างถิ่น

     o คูคลองอันเคยเป็นเส้นชีวิตของชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นที่ถ่ายเทของเสียของชุมชน ระบบนิเวศน์น้ำไหลถูกสร้างเขื่อนกักกั้นเป็นน้ำนิ่ง และอ่างเก็บน้ำซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเอาน้ำใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันก็สร้างหายนะให้แก่ระบบนิเวศน์ที่สมดุลและสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนที่ใช้ประโยชน์มาแต่เดิม  มีการก่อสร้างมากมายที่เกิดขึ้นด้วยการรุกล้ำและถมทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำและกีดขวางทางเดินของน้ำ ทั้งอาคารบ้านเรือน ถนน สนามบิน โรงงานอุตสาหกรรม

     o การระบายน้ำและการแผ้วถางพื้นที่เพื่อขยายพื้นที่ทำการเกษตรรวมทั้งความต้องการใช้น้ำจืดที่เพิ่มขึ้นล้วนเป็นสาเหตุหลักในการสูญเสียและการเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำในแผ่นดิน เช่น หนองน้ำ/ บึ่ง แม่น้ำ ที่ราบน้ำท่วมถึงต่างๆ

     o รูปแบบและกิจกรรมทางการเกษตรที่ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำในแผ่นดิน โดยเฉพาะความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเพื่อการชลประทาน (ร้อยละ 70 ของการใช้น้ำทั่วโลกคือ เพื่อการชลประทาน) รวมทั้งการเก็บกักธาตุอาหารโดยการเติมไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในปุ๋ย ล้วนส่งผลกระทบทางลบต่อแหล่งน้ำและสายพันธุ์ปลา

     o การอพยพ/ขยายพันธุ์ของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นสาเหตุผลักประการหนึ่งต่อการสูญพันธุ์ขอสายพันธุ์สัตว์น้ำจืดในท้องถิ่น กล่าวคือ 2 ใน 3 ของสายพันธุ์สัตว์น้ำจืดทั่วโลกอพยพเข้าไปอยู่ในเขตร้อนและมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้สามารถดำรงชีวิตในภูมิภาคนี้ได

     o เมื่อพื้นที่ชุ่มน้ำมีน้อยลง แต่การใช้ประโยชน์ของมนุษย์ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตามแรงผลักดันของการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงเกิดการแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่ชุ่มน้ำให้เห็นบ่อยขึ้น ทั้งเกิดจากการคุกคามที่มาในนามของนโยบายรัฐ จากนายทุน-ธุรกิจเอกชนและจากชุมชนทั้งบ้านใกล้บ้านไกล ที่มุ่งจับจองทำประโยชน์ ทำนากุ้ง นาเกลือ สวนป่ายูคาลิปตัส แปลงพืชเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจการดูดทราย ถนน เขื่อน เครื่องมือประมงขนาดใหญ่ ความขัดแย้งระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับรัฐและนายทุนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาเหล่านี้อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว [2]

หนอง และบึงน้ำจืด

ถูกขุดลอก ถม ทำถนนหรือคันกั้นโดยรอบ ซึ่งกีดขวางการไหลของน้ำและการอพยพของสัตว์น้ำ เช่น การทำถนนรอบบึงสีไฟในจังหวัดพิจิตร ทำคันกั้นหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน สัตว์น้ำลดจำนวนลงทั้งชนิดและปริมาณ ถมทำสถานศึกษาและสถานที่ราชการ เช่น บึงบอระเพ็ด บึงเสนาท

   

แม่น้ำ

ถูกเปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำ การบุกรุกบริเวณริมน้ำ ทำให้ลำน้ำตื้นเขิน เกิดการกัดเซาะพังทลายของตลิ่ง เช่น แม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำเลย จังหวัดเลย

   

พรุ

ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตรโดยการสูบน้ำออก เช่น การเปลี่ยนพื้นที่พรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน การถมพื้นที่พรุเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม เช่น พรุแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หากมีทำการสูบน้ำออกจากพรุเพื่อทำการเกษตรการป่าไม้ หรือการขุดเอาพีทมาทำเชื้อเพลิง ปุ๋ย ฯลฯ  จะเป็นการเพิ่มการเน่าเปื่อยของพีทแบบใช้ออกซิเจน  ทำให้พรุที่ทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอน กลายเป็นแหล่งปลดปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การสูบน้ำออกจากพื้นที่พร ุยังเป็นการเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่ายอีกด้วย

 

อ้างอิง
[1] สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม. ทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและระดับชาติของประเทศไทย เอกสารชุดพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: อินทิเกรเต็ด โปรโมชัน เทคโนโลยี จำกัด. 2542.
  [2] Ecosystems and Human Well-being: Wetlands and Water Synthesis. World Resources Institute, Washington DC, 2005