ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ความเชื่อว่าธรรมชาติและสรรพสิ่งต่างๆ มีเจ้าของ จะใช้ประโยชน์ต้องขออนุญาตและดูแลรักษา ได้ถูกถ่ายทอดผ่านคำสอนและข้อห้ามต่างๆ กลายเป็นจารีตประเพณีและกฎเกณฑ?ในการอยู่ร่วมกับป่าและน้ำอย่างเคารพและออนน้อมถ่อมตน ต่อธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เมื่อป่า ดิน น้ำ มีบุญคุณต่อชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย พิธีกรรมในการดูแลรักษาจึงแสดงถึงความกตัญญูและสำนึกในบุญคุณของธรรมชาติ การไม่ล่วงละเมิดกฎของ "ผี" กลายเป็นกฎศักดิ์สิทธิ์ในใจคน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชุมชน การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและธรรมชาติอย่างเกื้อกูล
1. ขึด ข้อห้ามประพฤติปฏิบัติ
"ขึด" หมายถึง ห้ามประพฤติปฏิบัติ ถ้าใครล่วงละเมิดถือว่า "ตกขึด" บรรพบุรุษล้านนาใช้ "ขึด" กำกับการกระทำต่างๆ และเป็นข้อกำหนด ในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ คนเ็ป็นกับคนตาย คนกับคน และ คนกับชุมชน
"ขึดหลวง" หมายถึง ข้อกำหนดที่ต้องถือปฏิบัติ ถ้าล่วงละเมิดจะเกิดความเดือดร้อนขนานใหญ่แก่หมู่บ้านหรือบ้านเมือง เรียกว่า โลกาวินาศใหญ่ ข้อกำหนดที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับแหล่งน้ำในแผ่นดิน เช่น
ถมสมุทร หมายถึง ทำลายแหล่งน้ำ ถมบ่อน้ำ สระน้ำ หนองบวก ร่องน้ำ คูเมือง เพื่อปลูกบ้าน ทำสวน ทำนา ทำถนน
ขุดกระแส หมายถึง เปลี่ยนแปลงทางเดินของกระแสน้ำ้ำ
ความเชื่อต่างๆ จะมีเหตุผลทางด้านสิ่งแวดล้อมรองรับอยู่ เช่น ความเชื่อเรื่องไม่ให้ถมสมุทร หมายถึง แหล่งน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ที่มีน้ำขัง ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่เก็บกักน้ำ และรองรับน้ำ ด้วยคุณสมบัติของดินที่มีความนุ่ม และเศษซากพืชใต้พื้นแอ่งน้ำที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี พืชนานาชนิดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ เช่น กก อ้อ ธูปฤาษี ช่วยดูดซับมลพิษต่างๆ สารพิษและโลหะหนัก การถมสมุทร จึงเป็นการทำลายแหล่งรองรับน้ำ ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำ และเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดน้ำท่วม
2. พิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำ
"พิธีกรรมเลี้ยงผีฝาย"
เมื่อสร้างหรือซ่อมแซมฝายเสร็จแล้ว ชุมชนล้านนาจะทำพิธี "เลี้ยงผีฝาย" เพื่อบวงสรวงเทพยดาที่ปกปักรักษาเหมืองฝาย บางแห่งจะเลี้ยงผีขุนน้ำหรือเทวดาอารักษ์ที่ดูแลรักษาป่าต้นน้ำไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้การทำนาเป็นไปด้วยดีตลอดกาล โดยจะทำพิธีในช่วงเริ่มเข้าฤดูฝน (ก่อนทำนา) สมาชิกผู้ใช้น้ำจะรวมตัวกันที่ฝายหรือที่ขุนน้ำ ผู้ประกอบพิธีกล่าวคำสังเวยเครื่องพลีกรรมแก่ผีฝายหรือผีขุนน้ำ ขอให้ปกปักรักษาเหมืองฝายและแม่น้ำอย่าให้เกิดอุทกภัยหรือความแห้งแล้ง
"ประเพณีลอยกระทง"
ในวันเพ็ญเดือนยี่ (ภาคกลางนับเป็นเดือน 12) น้ำแม่ปิงเต็มตลิ่งเป็น "เทศกาลลอยกระทง" หรือ "ประเพณียี่เปง" ของชุมชนสองฝั่งแม่น้ำปิง เพื่อบูชาพระพุทธบาทที่ปรากฎ ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที นอกจากนี้ ประเพณีลอยกระทงตามความเชื่อของคนในสังคมเกษตรกรรมของลุ่มน้ำปิง ยังสะท้อน เพื่อให้เห็นการสำนึกในบุญคุณของน้ำ ได้กินใช้ได้หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหารให้เจริญงอกงาม เมื่อถึงเวลาน้ำเจิ่งนอง ก็นำกระทงไปลอยบูชาเพื่อขอบคุณแม่คงคาและขอขมาลาโทษที่ทำให้แม่น้ำสกปรกมาตลอดปี
"พิธีสืบชะตาแม่น้ำ"
เป็นพิธีที่ประยุกต์มาจากพิธีสืบชะตาหมู่บ้านและสืบชะตาคน เป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้กลับคืนมา ก่อให้เกิดความเลื่อมใส ความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลรักษาแม่น้ำ โดยมีไม้ 3 ท่อน ประกอบกันคล้ายกระโจม ไม้ท่อนแรกเรียกว่า "สะพานเงินสะพานทอง (ขัวเงิน-ขัวดำ)" อีก 2 ท่อน ท่อนหนึ่งจะมีกิ่งไม้ก้ามปูหรือไม้ฉำฉาเล็กๆ ตัดเป็นกำเท่ากับอายุของแม่น้ำ มัดติดที่ปลายไม้ ท่อนสุดท้ายใช้ธูปเทียน ดอกไม้ เมื่อง บุหรี่ เมื่อตั้งเป็นสามขาจะปล่อยด้านสีขาว ห้อยลงจากจุดที่ไม้สามท่อนผูกรวมกันด้านบน เพื่อโยงไปหาสิ่งที่ต้องการสืบชะตา
พิธีสืบชะตาแม่น้ำ (แม่น้ำคำ) [2] ในปี 2550 กำหนดขึ้นในวันที่ 9 เมษายน 2550 ณ บริเวณฝายผาม้า บ้านแม่คำหนองแหย่ง ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเขียงราย โดยมีวัตภุประสงค์ เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือ ความสามาัคีและช่วยเหลือกันในชุมชนลุ่มน้ำคำ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและท้ายน้ำ รวม 17 ตำบล ทำให้เกิดความเลื่อมใส เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้อง รักษาแม่น้ำคำ รวมถึงเกิดความรักความหวงแหน สำนึกในการบำรุง รักษาแม่น้ำคำ ตลอดจนต้นน้ำลำธาร
ปฏิทินน้ำลุ่มน้ำคำ
เดือนพื้นเมือง |
เดือนตามปฏิทิน |
การปฏิบัติและรายละเอียดการใช้น้ำ |
4
5
6 |
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาึม |
ย่างเข้าสู่หน้าแล้ง ปริมาณน้ำมีน้อยเพียงพอแก่การใช้ บริโภคและปลูกพืชฤดูแล้ง ในนาหลังฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี เช่น ข้าวนาปรัง พืชผักต่างๆฯ ในเขตพื้นที่ฝายผาม้า 14,423 ไร่, ฝายกล้วยคำ 13,000 ไร่, ฝายเกาะไม้เรียว 750 ไร่, ฝายใบไผ่ 2,500 ไร่, ฝายป่าถ่อน 3,200 ไร่ ฝายร่องธาตุ 11,500 ไร่ รวม 45,373 ไร่ |
7
8
9
10
11
12 |
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน |
ทำความสะอาดขุดลอกลำเหมือง ซ่อมแซมฝายกั้นน้ำในเดือน 8,9 ปริมาณน้ำจะเพิ่มมากขั้น จะทำการตกกล้าซึ่งจะอยู่ในช่วงดำนาและจะมีปริมาณน้ำมากที่สุดช่วงเดือน 11,12 ซึ่งข้าวอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต จำนวนพื้นที่ปลูกข้าวนาปี ฝายผาม้า 30,000 ไร่ ฝายกล้วยคำ 28,000 ไร่ ฝายเกาไม้เรียว 1,500 ไร่ ฝายใบไม้ 2,500 ไร่ ฝายป่าถ่อน 6,500 ไร่ ฝายร่องธาตุ 20,000 ไร่ รวม 85,000 ไร่ |
เกี๋ยง
ยี่
สาม |
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม |
หลังจากใช้น้ำเพื่อการเจรญเติบโตของต้นข้าวแล้ว ข้าวจะอยู่ในระยะสร้างรวงอ่อนจนถึงเมล็ดแก่ พร้อมเก็บเกี่ยวได้ เมื่อเสร็จแล้วทำการกั้นน้ำไว้ในการปลูกพืชฤดูแล้งต่อไป |