พื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นก (Important Bird Area: IBA)

     พื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกคือ พื้นที่ที่ได้รับการกำหนดขึ้นภายใต้มาตราฐาน และหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลเพื่อการอนุรักษ์นกในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งมิได้หมายความว่ามีความสำคัญเฉพาะกับนกเท่านั้น แต่ยังเกื้อหนุนต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ป่าและพันธุ์พืชชนิดอื่นๆ ยิ่งกว่านั้นในหลายพื้นที่ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและความผาสุกของมนุษย์ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มนุษย์ใช้ในการดำรงชีพ

     โดย IBA เป็นเครื่องมือที่ได้ผลในการอนุรักษ์ แต่ก็มีบางกรณีที่ไม่สามารถอนุรักษ์นกได้โดย IBA เพียงอย่างเดียว เช่น นกเหยี่ยวที่พบมีจำนวนไม่่มาก แต่่แพร่่กระจายอย่่างกว้้างขวาง หรือนกบางชนิดที่มารวมกันอย่างหนาแน่นเพื่อสร้างรังวางไข่ จากนั้นก็กระจัดกระจายไปที่อื่น นอกฤดูวางไข่ หรือ IBA อาจไม่สำคัญต่อชนิดพันธุ์อื่น เช่นระบบนิเวศทางทะเลที่มีความเฉพาะ ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการอนุรักษ์อื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกัน ทั้งการปกป้องถิ่นอาศัย การอนุรักษ์ภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญ

เกณฑ์ในการจำแนกพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกในประเทศไทย

     สำหรับเกณฑ์ที่ใช้จำแนกพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกในประเทศไทยนั้นใช้เกณฑ์การจำแนกเช่นเดียวประเทศอื่นๆ ดังนี้

     A1: ชนิดพันธุ์นกที่อยู่ในสภาวะถูกคุกคามระดับโลก โดยพื้นที่นั้นจะต้องมีชนิดนกอาศัยอยู่อย่างสม่ำเสมอในจำนวนที่มากพอ ในประเทศไทยพบนกที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง 7 ชนิด ใกล้สูญพันธุ์ 8 ชนิด มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ 33 ชนิด และมีการเพิ่มรายชื่อนกอีก 2 ชนิดไดแ้แก? นกแว่่นภูเขา และนกปรอดแม่ทะ

     A2: ชนิดพันธุ์ที่มีขอบเขตการแพร่กระจายจำกัด โดยเป็นพื้นที่ที่รับรู้ หรือคาดว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของชนิดนกในจำนวนที่มากพอ ซึ่งได้แก่พื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น (Endemic Bird Area: EBA) หรือพื้นที่ทุติยภูมิ (Secondary Area: SA) เกณฑ์ประเภทนี้ หมายถึงนกชนิดที่มีขอบเขตการกระจายพันธุ์จำกัดทั่วโลกน้อยกว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร ถ้ามีชนิดนกตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ สำหรับนกเฉพาะถิ่น (EBA) ส่วนพื้นที่ที่พบนกที่มีขอบเขตการแพร่กระจายพันธุ์จำกัดน้อยกว่า 2 ชนิดได้รับการกำหนดเป็น (SA)
          - EBA พบ 2 แห่ง คือเทือกเขาพรมแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่แบบสุมาตราและคาบสมุทรมลายู
          - SA พบ เทือกเขาพรมแดนไทย-พม่า ป่าที่ราบต่ำตอนใต้ของไทย ป่าที่ราบต่ำคาบสมุทรมลายู บางส่วนของฝั่งแม่น้ำโขงตอนใต้

     A3: เขตเฉพาะทางชีวมณฑล (Biome-restricted assembly) เป็นพื้นที่ที่รับรู้ หรือคาดว่ามีองค์ประกอบของกลุ่มนกที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง หรือครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือเขตชีวมณฑลนั้นๆ

     A4: พื้นที่ที่มีนกมาชุมนุมกัน (Congregation of birds) พื้นที่ที่เข้าเกณฑ์นี้ จะต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
          A4i พื้นที่เป็นแหล่งรองรับประชากรนกน้ำที่มาชุมนุมกันอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของนกน้ำในเขตชีวภูมิศาสตรน์นั้นๆ
          A4ii พื้นที่ที่รับรู้ว่าเป็นแหล่งชุมนุมอย่างสม่ำเสมอของนกทะเล หรือนกที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 1 ของประชากรนกเหล่านั้นที่พบในโลก
          A4iii พื้นที่เป็นที่ชุมนุมอย่างสม่ำเสมอของนกน้ำไม่น้อยกว่า20,000 ตัว หรือนกทะเลไม่น้อยกว่า 10,000 คู่ ใน 1 ชนิด หรือมากกว่านั้น
          A4iv พื้นที่เป็นช่องทางบินผ่านเข้ามาของนกอพยพจำนวนมากที่มีลักษณะคอขวด (ต้องประกอบด้วยจำนวนนกอพยพไม่น้อยกว่า 20,000 ตัว สำหรับเหยี่ยวทุกชนิดหรือนกกระเรียนชนิดต่างๆ ในฤดูอพยพหนึ่งๆ)

     ในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกจำนวนทั่งสิ้น 62 แห่ง ใน 52 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่ 44,425.52 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกที่อยู่ในเขตทะเลและชายฝั่ง จำนวน 10 แห่ง ได้แก่

อ่าวไทยตอนใน (จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี)
อ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี
อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทุ่งคา จังหวัดชุมพร
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา
หน้าเมือง จังหวัดกระบี่
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จังหวัดตรัง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลบัน จังหวัดสตูล
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง

อ้างอิง : สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม