ระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อน มีหน้าที่เป็นปราการเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศบนบกและนิเวศทางทะเล โดยทำหน้าที่ช่วยเก็บกักตะกอนและกลั่นกรองความสกปรกที่มาจากกิจกรรมบนบก และยังมีหน้าที่ช่วยรักษามวลดินและหน้าดินไม่ให้ถูกพัดพาออกจากขอบฝั่งและริมตลิ่ง นอกจากนี้ ระบบนิเวศป่าชายเลนยังเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน และเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตสูง เหมาะแก่การท่องเที่ยวและศึกษาวิจัย
ระบบนิเวศป่าชายเลนป่าชายเลนในประเทศไทยมีสถานภาพแตกต่างกัน ทั้งในด้านพืชพรรณ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง จึงเป็นสาเหตุให้ระบบนิเวศป่าชายเลนในแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาแตกต่างกัน ทั้งนี้อาจสรุปปัญหาได้ 3ลักษณะ คือ
พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย แบ่งเป็น ชายฝั่งภาคตะวันออกตอนนอก (จังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง) ชายฝั่งอ่าวไทยตอนใน (จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และเพชรบุรี) อ่าวไทยฝั่งตะวันตกตอนกลาง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี) และอ่าวไทยตะวันตกตอนล่าง (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี) บริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ป่าชายเลนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2547 ดังแสดงในตารางที่ 1
พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ต และสตูล ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ป่าชายเลนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2547 ดังแสดงในตารางที่ 2
1. ด้านป่าไม้ พันธุ์ไม้จากป่าชายเลนหลายชนิดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างบ้านเรือน ผลิตเครื่องมือการประมง เฟอร์นิเจอร์ และนำมาทำถ่านไม้ที่ให้ความร้อนสูง นอกจากนี้เปลือกของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลายชนิดยังมีสารแทนนิน ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายชนิด เช่น ใช้ย้อมอวน และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ทำหมึก สี และกาวสำหรับติดไม้ เป็นต้น
2. ด้านการประมง ป่าชายเลนเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะปู กุ้ง หอย ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ รวมทั้งสัตว์น้ำอื่นๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารโดยเฉพาะปลาหลายชนิดที่เรานิยมบริโภค เช่น ปลากะพง ปลาทะเลหลายชนิดที่วางไข่ในป่าชายเลน และอาศัยเจริญเติบโตในระยะแรก เมื่อเจริญเติบโตแข็งแรงดีแล้วจึงออกสู่ทะเล และหลายชนิดที่แม้จะวางไข่ในทะเลแต่ตัวอ่อนจะเคลื่อนย้ายสู่ป่าชายเลนเพื่ออาศัยหลบซ่อนศัตรู และหาอาหาร
3. ด้านการแพทย์ พันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลายชนิดมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรใช้รักษาโรคต่างๆได้ ตัวอย่างคือ ต้นเหงือกปลาหมอ โพธิ์ทะเล สำมะงา โปรง ตะบูน แสมและ โกงกาง เป็นต้น
4. ด้านการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ป่าชายเลนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันพื้นที่ชายฝั่งทะเลจากคลื่นลมแรงและการกัดเซาะดินได้เป็นอย่างดี ชายฝั่งทะเลบริเวณที่มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์จะไม่ได้รับความเสียหายจากคลื่นลมแรงและพายุ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศใกล้เคียง คือ ระหว่างป่าชายเลนกับทะเล และระหว่างป่าชายเลนกับป่าบก มีสัตว์หลายชนิดที่อพยพไปมาระหว่างระบบนิเวศดังกล่าวได้
พรรณไม้ในป่าชายเลนประกอบด้วยพันธุ์ไม้ป่าชายเลน (mangrove) ซึ่งเป็นไม้พุ่มที่ทนต่อความเค็มของน้ำทะเล มีรากอากาศและระบบรากที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในดินที่มีสภาพขาดออกซิเจนได้ นอกจากนั้น ยังพบพันธุ์ไม้ชนิดอื่น ๆ อาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ป่าชายเลนเป็นบริเวณเชื่อมต่อจากป่าบก จึง้พบพันธุ์ไม้หลายชนิดจากบนบกที่อยู่ร่วมกับป่าชายเลน และพันธุ์ไม้จะขึ้นอยู่ในลักษณะเป็นเขตแนวของแต่ละชนิด โดยมีแบบแผนแน่นอน พันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
รูป |
ชื่อพันธุ์ไม้ |
ลักษณะทั่วไป |
|
ชื่อไทย : โกงกางใบเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhizophora apiculata
|
พันธุ์ไม้สำคัญที่พบมากในป่าชายเลน ลักษณะคล้ายคลึงกับโกงกางใบใหญ่แต่ใบมีขนาดเล็กกว่า ตรงโคนต้นแตกรากค้ำจุนมาก ฝักมีขนาดเล็กยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อร่วงหล่นลงสู่พื้นจะปักดินและงอกขึ้นมาเป็นต้นโกงกาง ทั้งสองชนิดมักขึ้นอยู่ริมชายฝั่งของเขตแนวป่าด้านนอก |
|
ชื่อไทย : โกงกางใบใหญ่
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhizophora mucronata
|
มีลักษณะต้นตั้งตรง และแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มบริเวณเรือนยอด รากค้ำจุนแตกออกตรงโคนต้น ใบขนาดใหญ่เป็นมันผลสีน้ำตาล มีการงอกของเมล็ดตั้งแต่อยู่บนต้นยื่นลงมาเป็นท่อนยาวสีเขียว ขนาดยาวประมาณ 50 เซนติเมตร เมื่อร่วงหล่นลงสู่พื้นโคลน จะปักลงไปในดินและเจริญงอกขึ้นมาเป็นต้น |
|
ชื่อไทย : แสมขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Avicennia alba
|
พันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่พบมากอีกชนิดหนึ่ง ลักษณะต้นสูงใหญ่ ตรงโคนต้นมีรากอากาศโผล่พ้นพื้นดันขึ้นมาเป็นเส้นขนาดยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง กลิ่นหอม ผลมีรูปร่างกลมรีคล้ายผลมะม่วงขนาดเล็ก เมื่อหล่นลงสู่พื้นจึงงอกขึ้นเป็นต้นใหม่ หรือถูกพัดพาไปกับน้ำทะเล |
|
ชื่อไทย : ประสัก หรือ พังกาหัวสุม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bruguiera gymnorrhiza
|
ขึ้นแทรกอยู่ในเขตป่าโกงกาง ใบมีผิวเรียบมัน ดอกประสักมีกลีบเลี้ยงสีแดง ผลมีการงอกของเมล็ดตั้งแต่ยังอยู่บนต้น ลักษณะเป็นท่อนยาวประมาณ 12 เซนติเมตร เมื่อร่วงหล่นปักลงบนพื้นดินโคลน จะงอกรากและเจริญเป็นต้น |
|
ชื่อไทย : ลำพู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sonneratia caseolaris
|
มักพบขึ้นปะปนกับแสมบริเวณปากแม่น้ำที่เป็นแหล่งน้ำกร่อย มีรากอากาศขนาดใหญ่ที่แทงขึ้นมาจากพื้นดินเห็นได้ชัดเจน หิ่งห้อยชอบอาศัยอยบนต้นลำพู่และส่งแสงกระพริบในเวลากลางคืน |
|
ชื่อไทย : จาก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nypa frutican
|
พืชจำพวกปาล์มที่พบขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณริมฝั่งคลองของป่าชายเลนหรือบริเวณน้ำกร่อย ชาวประมงนิยมนำใบจากไปมุงหลังคาบ้าน ผลลักษณะเป็นทะลาย แทงขึ้นมาจากกอ |
|
ชื่อไทย : ตะบูนขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Xylocarpus granatum
|
พบขึ้นอยู่ทางเขตด้านใน ถัดจากโกงกางเข้าไปซึ่งเป็นเขตตะบูนและโปรง ลักษณะโคนต้นมีรากแผ่ออกเป็นพูพอนขนาดใหญ่ ผลมีขนาดและรูปร่างคล้ายมะตูม เมื่อผลแห้งจะแตกออกมีเมล็ดขนาดใหญ่อยู่ภายใน |
|
ชื่อไทย : โปรง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ceriops tagal
|
ขึ้นปะปนกับตะบูน ลำต้นตั้งตรงขนาดสูงประมาณ 5 เมตร เมื่อติดผลมีลักษณะคล้ายคลึงกับฝักโกงกางใบเล็ก ต้นโปรงจะขึ้นอยู่บนพื้นดินที่ค่อนข้างแข็งในเขตเดียวกับตะบูน |
|
ชื่อไทย : ตาตุ่มทะเล
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Excoecaria agallocha
|
พันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่มียางพิษสีขาว หากเข้าตาจะทำให้อักเสบ พบขึ้นปะปนอยู่กับต้นฝาด สังเกตต้นตาตุ่มได้เมื่อใบแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงก่อนที่จะร่วงหล่น |
|
ชื่อไทย : ฝาดดอกแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lumnitzera littorea
|
ไม้ป่าชายเลนขนาดต้นใหญ่ ลำต้นสีดำ ใบเล็ก อวบน้ำ ดอกออกเป็นช่อสีแดง ออกดอกชุกในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะมีนกกินน้ำหวานหลายชนิด เช่น นกกระจิบ นกแว่นตาขาว และนกกินปลีที่อาศัยอยู่ตามป่าชายเลน ชอบมาดูดน้ำหวานจากดอกฝาดสีแดงเหล่านี้ |
|
ชื่อไทย : เสม็ด
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melaleuca leucadendron
|
พืชยืนต้นที่ขึ้นอยู่ทางเขตด้านในสุดของป่าชายเลนเชื่อมต่อกับป่าบก ดอกเป็นช่อสีขาว ส่วนใหญ่ของพื้นที่ป่าเสม็ดจะมีน้ำท่วมถึงเฉพาะช่วงน้ำเกิดในฤดูหนาวเท่านั้น เปลือกของเสม็ดนำมาชุบน้ำมันยางใช้ทำขี้ไต้สำหรับจุดไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวประมง |
นอกจากพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น บริเวณป่าชายเลนยังมีพันธุ์ไม้อีกหลายชนิด ได้แก่
|
|
|
เหงือกปลาหมอดอกขาว
Acanthus ebracteatus |
เหงือกปลาหมอดอกม่วง
Acanthus ilicifolius |
เหงือกปลาหมอดอกเครือ
Acanthus volubilis |
|
|
|
ปรงทะเล
Acrostichum aureum |
ปรงหนู
Acrostichum speciosum |
เล็บมือนาง
Aegiceras corniculatum |
|
|
|
มะนาวผี
Atalantia monophylla |
แสมทะเล
Avicennia marina |
แสมดำ
Avicennia officinalis |
|
|
|
จิกทะเล
Barringtonia racemosa |
น้ำนอง
Brownlowia tersa |
ถั่วขาว
Bruguiera cylindrical |
|
|
|
ถั่วดำ
Bruguiera parviflora |
พังกาหัวสุ่มดอกขาว
Bruguiera sexangula |
เทพี
Caesalpinia crista |
|
|
|
เถาตรุษ
Calycopteris floribunda |
ตีนเป็ดทะเล
Cerbera odollam |
โปรงขาว
Ceriops decandra |
|
|
|
สำมะง่า
Clerodendrum inerme |
หมัน
Cordia cochinchinensis |
หยีทะเล
Derris indica |
|
|
|
เถาถอบแถบ
Derris trifoliata |
หวายลิง
Flagellaria indica |
หงอนไก่ทะเล
Heritiera littoralis |
|
|
|
ปอทะเล
Hibicus tiliaceus |
หลุมพอทะเล
Intsia bijuga |
รังกะแท้
Kandelia candel |
|
|
|
ฝาดดอกขาว
Lumnitzera racemosa |
เป้ง
Phoenix paludosa |
ชะเลือด
Premna obtusifolia |
|
|
|
ลำพูทะเล
Sonneratia alba |
ลำแพนทะเล
Sonneratia griffithii |
ลำแพน
Sonneratia ovata |
บริเวณป่าชายเลนถือว่าเป็นระบบนิเวศที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิต เพราะเป็นที่เพาะพันธุ์และเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ รวมไปถึงเป็นแหล่งหากินของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด ทำให้บริเวณป่าชายเลนมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูง ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์หน้าดิน รวมไปถึงสัตว์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งสัตว์ที่พบอาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลน จะคืบคลานหรือเกาะหรือขุดรูอยู่ตามพื้นดิน รวมทั้งพวกที่อยู่ในน้ำจะต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อการอยู่รอด เนื่องจากต้องประสบกับสภาวะต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอยู่เป็นประจำ
หรือต้องอยู่ในสภาพไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตโดยทั่วไป เช่น สภาวะที่ทำให้มีการสูญเสียน้ำออกจากลำตัวและสภาพอุณหภูมิสูง สภาพที่มีปริมาณออกซิเจนค่อนข้างต่ำของดินเลน และการเปลี่ยนแปลงความเค็ม ตัวอย่างสัตว์ที่พบในป่าชายเลน ได้แก่
รูป |
ชนิดพันธุ์สัตว์ |
|
 |
ชื่อไทย : หนอนริบบิ้น (Ribbon worm)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
ลำตัวแบนเรียวยาวคล้ายคลึงกับหนอน
ตัวแบน ร่างกายไม่มีปล้อง มีท่อทางเดิน
อาหารครบจากปากสู่ทวารหนัก และมี
งวงที่ยืดหดได้ทางด้านหน้า ลำตัวสี
แดงเพราะมีระบบหมุนเวียนโลหิต
ฝังตัวอาศัยอยู่ในดินโคลนบริเวณป่า
ชายเลน |
 |
ชื่อไทย : แม่เพรียง (Polychaete Worm)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
หนอนปล้องที่อาศัยอยู่ตามพื้นป่าชายเลน
มีระยางค์เป็นคู่ช่วยในการว่ายน้ำ ในช่วง
ฤดูหนาวที่น้ำทะเลขึ้นสูง แม่เพรียงจะ
ว่ายน้ำออกมาที่ผิวทะเลเพื่อผสมพันธุ์
โดยตัวผู้และตัวเมียปล่อยเซลล์สืบพันธุ์
จำนวนมากออกไปผสมกันในน้ำทะเล
ได้ตัวอ่อนที่ดำรงชีวิตเป็นแพลงค์ตอน
ชั่วคราว ส่วนพ่อแม่พันธุ์มักถูกปลาทะเล
จับกินเป็นอาหาร |
 |
ชื่อไทย : ปูเปี้ยวก้ามขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Uca perplexa |
บริเวณชายหาดโคลนปนทราย ริมป่า
ชายเลน จะเป็นที่อยู่อาศัยของปูเปี้ยว
หรือปูก้ามดาบ ซึ่งมีก้ามข้างหนึ่งขนาด
ใหญ่ใช้โบกพัดแสดงความเป็นเจ้าของ
อาณาเขตของตน ตามปกติปูก้ามดาบจะ
ขุดรู และออกมาจากรูหาอาหารช่วงเวลา
น้ำลง และฝังตัวอยู่ในรูเมื่อน้ำทะเลขึ้น |
 |
ชื่อไทย :ปูเปี้ยวปากคีบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Uca forcipata |
ปูก้ามดาบอีกชนิดหนึ่ง มีกระดองสีดำ
ก้ามสีน้ำตาลอมม่วง ชอบอาศัยอยู่ตาม
พื้นที่เป็นดินโคลน แยกจากกลุ่มของปู
เปี้ยวก้ามขาว ทั้งนี้เป็นการลดการแก่ง
แย่งแข่งขันระหว่างปูประเภทเดียวกัน |
 |
ชื่อไทย : ปูเปี้ยวขาแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Uca tetragonon |
ปูก้ามดาบชนิดที่มีกระดองสีฟ้าแต้มด้วย
จุดดำ ตรงมุมกระดองมีสีเหลือง ขาเดินมี
สีส้มแดง ตัวเมียมีก้ามขนาดเล็กทั้งสอง
ข้างเช่นเดียวกับปูก้ามดาบทั่วไป พบอาศัย
อยู่ตามหาดโคลนใกล้แนวป่าชายเลนทาง
ฝั่งทะเลอันดามัน |
 |
ชื่อไทย : ปูแสมก้ามแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chiromanthes eumolpe |
ปูแสมขนาดกลาง กระดองกว้างประมาณ
2.5 เซนติเมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยม ก้ามสีแดง
ขุดรูอาศัยอยู่ตามพื้นป่าชายเลนหรือริม
คันนาน้ำเค็ม กินเศษอินทรีย์ต่างๆ เป็น
อาหาร พบชุกชุมและมีการแพร่กระจาย
ทั่วไป |
 |
ชื่อไทย : ปูแสม หรือปูเค็ม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesarma mederi |
กระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยม ปกคลุมด้วยขนสั้น
ก้ามขนาดใหญ่แข็งแรงสีบานเย็นอมม่วง
ขุดรูอาศัยอยู่ตามพื้นป่าชายเลนที่เป็นดิน
โคลน กินเศษอินทรีย์และใบไม้ที่เน่าเปื่อย
เป็นอาหาร ปูชนิดนี้เองที่ถูกจับนำมาดอง
เป็นปูเค็ม |
 |
ชื่อไทย : ปูแสมก้ามยาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Metaplax elegan |
ปูแสมชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ
ปูก้ามดาบ โดยมีก้ามขนาดยาวใหญ่ ส่วน
ขาเดินเรียวเล็ก ขุดรูอาศัยอยู่ตามหาดโคลน
ริมแนวป่าชายเลนปะปนกับปูก้ามดาบ
กระดองมีความกว้างประมาณ 1.5
เซนติเมตร ก้ามมีสีส้มแดง |
 |
ชื่อไทย : ปูทะเล
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scylla serrata |
ปูขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่อาจมีน้ำหนัก
มากกว่าครึ่งกิโลกรัม กระดองพื้นผิวเรียบ
เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะอุ้มตัวเมียไว้รอ
จนกว่าตัวเมียจะลอกคราบแล้วจึงผสมพันธุ์
ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วจะถูกปล่อยออก
มาอุ้มไว้ที่หน้าท้องจนกระทั่งฟักออกไปเป็น
ตัวอ่อน ดำรงชีวิตเป็นแพลงค์ตอนชั่วคราว |
 |
ชื่อไทย : กุ้งเคย (Acetes)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : --- |
ครัสเตเชียนขนาดเล็กรูปร่างคล้ายกุ้ง
แต่ดำรงชีวิตอยู่ใกล้ผิวทะเลโดยไม่จมลง
คลานตามพื้นอย่างกุ้งทั่วไป ขนาดยาว
ประมาณ 1.5 เซนติเมตร เปลือกบาง
และนิ่ม อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงตามชาย
ทะเลและลำคลองบริเวณป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย : กุ้งกุลาดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Penaeus monodon |
กุ้งทะเลขนาดค่อนข้างใหญ่ ความยาวลำตัว
ประมาณ 20 เซนติเมตร ลำตัวสีน้ำเงินอม
ม่วงเข้มและมีลายขวางเป็นปล้อง อาศัยอยู่
ตามพื้นทะเลริมชายฝั่งและป่าชายเลน
ปัจจุบันมีการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกันอย่าง
แพร่หลาย |
 |
ชื่อไทย :กุ้งแชบ๊วย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Penaeus merguiensis |
กุ้งทะเลขนาดค่อนข้างใหญ่ใกล้เคียง
กับกุ้งกุลาดำ เปลือกหุ้มตัวมีสีเหลืองนวล
บนกรีมีฟัน 5-8 ซี่ ด้านล่างมี 2-5 ซี่
อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลน
ริมชายฝั่งและลำคลองในป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย : แม่หอบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thallassina anomula |
แม่หอบเป็นครัสเตเีชียนลักษณะคล้ายคลึง
กับกุ้ง แต่ส่วนท้องมีขนาดใหญ่ และสามารถ
อาศัยอยู่บนบกได้นาน ลำตัวเรียวยาว
ขาเดินคู่แรกเป็นก้ามหนีบ ส่วนท้องแบ่ง
ออกเป็นปล้อง แม่หอบขุดรูอาศัยอยู่ตาม
พื้นป่าชายเลน โดยขนดินขึ้นมากองทับถม
กันเป็นเนินสูง และอาศัยอยู่ด้านใต้กองดิน
นั้น พบเฉพาะป่าชายเลนทางภาคใต้ |
 |
ชื่อไทย : กั้งตั๊กแตน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oratosguilla nepa |
กั้งตั๊กแตนขนาดกลาง ความยาวประมาณ
15 เซนติเมตร ลำตัวค่อนข้างแบน ด้าน
บนมีสันเรียงตัวตามความยาว 8 เส้น
ส่วนท้องปล้องที่ 2 และ 5 มีแถบคาด
สีดำตามขวาง ตัวเมียที่ผ่านการผสมแล้ว
จะปล่อยไข่ออกมาอุ้งไว้จนกว่าจะฟักเป็น
ตัวอ่อน |
 |
ชื่อไทย : แมงดาถ้วย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carcinoscorpius rotundicauda |
สัตว์มีขาเป็นข้อปล้องที่อาศัยอยู่ในทะเล
ส่วนหัวเชื่อมรวมกับอกเป็นรูปเกือกม้า
ส่วนท้องมีหนามบริเวณขอบข้างละ 6 คู่
หางค่อนข้างกลมและไม่มีหนาม อาศัยอยู่
ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลน วางไข่ตาม
ริมตลิ่งบริเวณป่าชายเลน แมงดาชนิดนี้
บางตัวอาจะเป็นพิษจึงควรระมัดระวัง
ในการรับประทานไข่แมงดาหางกลม
โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม |
 |
ชื่อไทย : หอยขี้นก (Cerithidea)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
หอยฝาเดียว (gastropod) ขนาดยาวประมาณ 4
เซนติเมตร เปลือกเวียนเป็นเกลียวรูปเจดีย์
พบเกาะอยู่ตามรากต้นโกงกาง หรือคลาน
อยู่ตามพื้นป่า เมื่อหอยเหล่านี้ตายลง เปลือก
จะเป็นที่อยู่อาศัยของลูกปูเสฉวนขนาดเล็ก |
 |
ชื่อไทย : ปลาตีน (Boleophthalmus)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
ปลาที่ปรับตัวทางโครงสร้างและสรีระ
หลายอย่างจนสามารถอาศัยอยู่บนบกได้
เป็นเวลานาน ปลาตีนมีอยู่หลายชนิดและ
ขนาดแตกต่างกัน หัวขนาดใหญ่ ตาโต
ลำตัวเรียวเล็กลงไปทางหาง ครีบอกแผ่
ขยายใหญ่ใช้คลานขณะอยู่บนบกได้ดี
ปลาตีนกินกุ้ง ปู และหนอนตามหาด
โคลนเป็นอาหาร |
 |
ชื่อไทย :ปลานวลจันทร์ทะเล
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chanos chanos |
ปลาทะเลที่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยได้ ลำตัวแบนด้านข้างเรียวยาว เกล็ดสีเงิน
เมื่อโตเต็มที่มีความยาวถึง 1 เมตร ครีบ
หางค่อนข้างใหญ่ มักอยู่รวมกันเป็นฝูง
หากินใกล้ชายฝั่งที่เป็นดินโคลน มักพบ
อยู่ตามลำคลองในป่าชายเลนทั่วไป |
 |
ชื่อไทย :ปลากะพงขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lates calcarifer |
ปลากะพงขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อโต
เต็มที่มีความยาวถึง 1 เมตร เกล็ดลำ
ตัวเป็นสีเงิน ส่วนหัวเล็กงอนลงเล็กน้อย
อาศัยอยู่ตามลำคลองในป่าชายเลนและ
ริมฝั่งทะเลทั่วไป นับเป็นปลาเศรษฐกิจ
ที่สำคัญ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันอย่าง
แพร่หลาย |
 |
ชื่อไทย : ปลากะพงตาแมว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : --- |
ลำตัวค่อนข้างสั้น ตาอยู่ค่อนไปทางหัว
ขนาดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร
เกล็ดข้างตัวมีสีน้ำตาลอมเทา เส้นข้าง
ลำตัวปรากฏเด่นชัด หากินอยู่ใกล้พื้น
ทะเลริมชายฝั่งและลำคลองในป่า
ชายเลน |
 |
ชื่อไทย :ปลาข้างตะเภา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Therapon jarbua |
ปลาขนาดยาวประมาณ 15 เซนติเมตร
ลำตัวสีเงินคาดด้วยแถบสีดำตามความ
ยาวปลาชนิดนี้เป็นปลาที่สามารถอาศัย
อยู่ทั้งในน้ำค่อนข้างจืด น้ำกร่อยและ
น้ำเค็ม กินอาหารไม่เลือก มักอาศัยอยู่
ตามชายฝั่งทั่วไปบริเวณป่าชายเลนและ
ปากแม่น้ำ |
 |
ชื่อไทย :ปลาตะกรับจุด หรือ ปลากะทะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scatophagus argus |
ลำตัวแบนบางทางด้านข้างคล้ายปลาผีเสื้อ
ปากเล็ก ลำตัวและครีบมีจุดสีน้ำตาลกระจาย
ทั่วไป มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยเฉพาะ
ตัวขนาดเล็กมักว่ายอยู่ตามผิวน้ำ บริเวณ
ลำคลองของป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย :ปลากะรังปากแม่น้ำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Epinephelus tauvina |
ปลากะรังหรือปลาเก๋าขนาดใหญ่ เมื่อ
โตเต็มที่มีความยาวถึง 80 เซนติเมตร
ปากกว้าง สามารถฮุบกินเหยื่อเข้าไป
ทั้งตัวซึ่งได้แก่ปลาขนาดเล็กกว่า พบ
อาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำหรือตาม
ลำคลองของป่าชายเลน จัดเป็นปลา
เศรษฐกิจที่สำคัญเช่นเดียวกับปลา
กะพงขาว |
 |
ชื่อไทย : ปลาอมไข่
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Apogon sp. |
ลำตัวสั้นมากและแบนทางด้านข้าง ครีบหลัง
มี 2 อันเด่นชัด ปากค่อนข้างกว้างและเฉียงลง
ขนาดความยาวตัวประมาณ 5 เซนติเมตร
ครีบท้องอยู่ตรงตำแหน่งอก ชอบอาศัยอยู่รวมกัน
เป็นฝูงริมชายฝั่งทะเลและลำคลองในป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย :ปลาเฉี่ยวหรือผีเสื้อเงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Monodactylus argenteus |
ลำตัวป้อมสั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ครีบหลังและครีบ
ทวารยื่นยาว ผิวลำตัวสีเงินเหลือบเป็นประกาย
ครีบหลังสีเหลืองมีลายคาดตามขวางผ่านตา
และบริเวณขอบแผ่นปิดเหงือก มักพบบริเวณ
แหล่งน้ำกร่อย ปากแม่น้ำ และป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย :ปลาสลิดทะเลจุดขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Siganus oramin |
ลำตัวแบนทางด้านข้าง ขนาดความ
ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร
พื้นลำตัวสีเหลืองอมน้ำตาล แต้มด้วย
จุดขาวทั่วตัว มักว่ายน้ำรวมกันเป็น
ฝูงเล็กๆหากินใกล้พื้นทะเลบริเวณ
ชายฝั่งและปากแม่น้ำซึ่งเป็นป่าชายเลน |
 |
ชื่อไทย : ปลาเห็ดโคน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sillago maculata |
ลำตัวค่อนข้างกลมเรียวยาว ขนาดประมาณ
15 เซนติเมตร ปากยาวแหลม เกล็ดหุ้มลำตัว
สีเงินเป็นประกาย อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง
หาอาหารจำพวกหนอน หอย กุ้ง ตามพื้น
ทะเลที่เป็นโคลนริมชายฝั่งและปากแม่น้ำ |
 |
ชื่อไทย :ปลาดอกหมาก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gerres filamentosus |
ปลาขนาดยาวประมาณ 12 เซนติเมตร
ลำตัวป้อมสั้น เกล็ดหุ้มตัวสีเงินเป็น
ประกาย ก้านครีบหลังอันแรกเป็น
สายยาว มักอาศัยอยู่เป็นฝูงขนาดย่อม
บริเวณปากแม่น้ำและลำคลองในป่า
ชายเลน |
 |
ชื่อไทย :ปลาดุกทะเล
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plotosus anguillaris |
ปลาดุกขนาดกลาง มีลำตัวเรียวยาว ด้านหน้า
ปากมีหนวด 4 คู่ ลำตัวมีคาดสีดำสลับขาว
ตลอดความยาว ด้านท้องสีขาว ชอบอยู่รวม
กันเป็นฝูงขนาดใหญ่ หากินอยู่ตามพื้นที่เป็น
ดินโคลนริมชายฝั่งและปากแม่น้ำ |
 |
ชื่อไทย : นกยาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Egretta sp. |
นกยางเป็นนกที่มีขายาว ปากยาว
ขนลำตัวส่วนใหญ่สีขาว มีอยู่หลาย
ชนิด ที่พบเห็นได้ทั่วไปได้แก่
นกยางเปีย นกยางทะเล นกยางโทน
นกเหล่านี้มักอาศัยอยู่ตามป่าชายเลน
หรือบึง ใกล้แหล่งน้ำ กินกุ้ง ปู หอย
ปลาเป็นอาหาร ทำรังอยู่บนต้นไม้
ด้วยกิ่งไม้แห้ง |
 |
ชื่อไทย :นกแขวก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nycticorax nycticorax |
นกในวงศ์นกยางที่ขนบริเวณหลังสีเขียว
บริเวณปีกสีเทา ตัวที่ยังโตไม่เต็มวัยมีขน
สีน้ำตาลแต้มด้วยลายขีดสีขาว นกแขวก
อาศัยอยู่ตามป่าชายเลนหรือหนองบึง มัก
ออกหากินในเวลากลางคืน ทำรังด้วยกิ่ง
ไม้แห้งสานกันอย่างหยาบๆ |
 |
ชื่อไทย : ลิงแสม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Macaca irus |
ลิงแสมมีชื่อเรียกตามพันธุ์ไม้ในป่า
ชายเลนคือ ต้นแสม เพราะตาม
ธรรมชาติของลิงชนิดนี้ชอบอาศัย
อยู่ตามป่าแสม-ป่าโกงกาง ขนลำตัว
มีสีน้ำตาล หางยาว ชอบอยู่รวมกัน
เป็นฝูง เวลาน้ำทะเลลดลง ลิงเหล่านี้
จะลงมาจับปูตามพื้นป่าเป็นอาหาร
ปัจจุบันเผ่าพันธุ์ของลิงแสมได้เข้ามา
ครอบครองพื้นที่ตามแหล่งท่องเที่ยว
เพราะได้รับอาหารโดยไม่ต้องดิ้นรน
ต่อสู้ตามธรรมชาติ |