|
|||||||
![]() |
|||||||
|
ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่ง ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งครอบคลุมอาณาบริเวณถึง 3 ใน 4 หรือร้อยละ 75 ของโลก เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จัดเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนและอาหารที่สำคัญ และมีบทบาทในการควบคุมสภาวะอากาศโลก ปัจจุบันท้องทะเลและพื้นที่ชายฝั่งกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากสภาวะมลพิษ การเก็บเกี่ยวทรัพยากรมากเกินปริมาณที่เหมาะสม และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ทรัพยากรประมงลดลงจำนวนมาก รวมทั้งป่าชายเลนและแนวปะการัง โดยเฉพาะแนวปะการัง ซึ่งเสื่อมสภาพและถูกทำลายจากกิจกรรมของมนุษย์ และอุณหภูมิที่สูงขึ้นของโลก ประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้ตระหนักในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งจึงได้มีการพิจารณาและวางข้อมติที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ ในสมัยแรกๆ และได้รับรองโปรแกรมงานความหลากหลายทางชีวภาพาทงทะเลและชายฝั่งในการประชุมสมัยที่ 4 เมื่อปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) นิยามและความสำคัญ ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่ง (marine and coastal ecosystem) หมายถึง ประชาคมของสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในผืนน้ำ (pelagic organism) ซึ่งประกอบด้วย พวกที่ใช้ชีวิตล่องลอย เรียกว่า แพลงก์ตอน (plankton) และพวกที่ว่ายน้ำเป็นอิสระ เรียกว่า เนคตอน (nekton) และที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล (benthic organism) ซึ่งประกอบด้วยพวกที่ใช้ชีวิตคืบคลานหรือเกาะอยู่บนพื้นทะเล เรียกว่า เอพิฟาวนา (epifauna) และพวกที่ฝังตัวอยู่ในพื้นทะเล เรียกว่า อินฟาวนา (infauna) สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์ระหวา่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตด้วยกันและกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเชื่อมโยงการไหลของพลังงานและสารอาหารในระบบนิเวศ ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งประกอบด้วยระบบนิเวศย่อยที่สำคัญ ได้แก่ นิเวศหาด นิเวศป่าชายเลน นิเวศหญ้าทะเล และนิเวศปะการัง โดยมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตด้วยกันและสิ่งแวดล้อม มีการเชื่อมโยงการไหลของพลังงาน และการถ่ายทอดสารอาหารในระบบนิเวศ อ้างอิง : ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 2549. รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 1 หลักการ ขอบเขต และวิธีการศึกษา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ. |