ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

จังหวัดระนองมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล 1,209,261 ไร่ และมีพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งสามารถพบได้ในเขตอำเภอที่ติดชายฝั่งทะเล ได้แก่ อำเภอละอุ่น อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ และกิ่งอำเภอสุขสำราญ จากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2546 จังหวัดระนองมีพื้นที่ป่าชายเลนมีพื้นที่ประมาณ 158,301.25 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8.09 ของพื้นที่จังหวัด แต่ในปี 2547 มีเนื้อที่ป่าชายเลนเหลืออยู่ 156,822 ไร่ นอกจากนี้ ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งบริเวณอำเภอกะเปอร์และอำเภอสุขสำราญ พบพรรณไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่เป็นพรรณไม้สำคัญของป่าชายหาด เช่น สนทะเล (Casuarina equisetifolia) หยีทะเล (Derris indica) ตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollam) และหูกวาง (Terminalia catappa) เป็นต้น

ชนิดพรรณพืช


โกงกางใบใหญ่
Rhizophora mucronata Poir.

ป่าชายหาด
พบพรรณพืชไม่น้อยกว่า 57 ชนิด จำแนกเป็นกลุ่มเฟิร์นไม่น้อยกว่า 2 ชนิด พืชดอกไม่น้อยกว่า 55 ชนิด ในจำนวนพืชดอกนี้จำแนกเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ไม่น้อยกว่า 42 ชนิด และพืชใบเลี้ยงเดี่ยวไม่น้อยกว่า 13 ชนิด

ตีนเป็ดทะเล
Cerbera odollam
ป่าชายเลน
พบชนิดพันธุ์พืชไม่น้อยกว่า 14 ชนิด เช่น โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ตะบูนขาว หงอนไก่ทะเล ถั่วขาว พังกา และแสมขาว เป็นต้น ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ถั่วขาว พังกา และพิลังกาสา เป็นต้น ในบริเวณเขตดินเลนแข็งที่ต่อเนื่องกับป่าบก มักพบชนิดพรรณไม้ในป่าชายหาดเข้ามาผสมอยู่ด้วย เช่น ตีนเป็ดทะเล และสนทะเล เป็นต้น
ชนิดพันธุ์สัตว์
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
พบไม่น้อยกว่า 7 ชนิด เช่น เขียดตะปาด (Polypedates leucomystax (Gravenhorst) 1829) อึ่งน้ำเต้า (Microhyla fissipes Boulenger,1884) และกบหนอง (Fejervarya limnocharis (Gravenhorst) 1829) เป็นต้น
ตัวอย่างสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

ที่มา Livingunderworld.org
เขียดตะปาด
Polypedates leucomystax

ที่มา Dokmai Dogma
อึ่งน้ำเต้า 
Microhyla fissipes

ที่มา flickr
กบหนอง
Fejervarya limnocharis

สัตว์เลื้อยคลาน
พบไม่น้อยกว่า 9 ชนิด เช่น ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าหัวแดง และงูพังกา เป็นต้น
ตัวอย่างสัตว์เลื้อยคลาน

ที่มา วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตุ๊กแกบ้าน
Gekko gecko


ที่มา วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กิ้งก่าหัวแดง
Calotes versicolor


ที่มา lomamilkyway
งูพังกา
Trimeresurus purpureomaculatus

นก
พบไม่น้อยกว่า 19 ชนิด เช่น นกตะขาบทุ่ง นกกระปูดใหญ่ และนกพญาไฟเล็ก เป็นต้น
ตัวอย่างนก

ที่มา north-india.in
นกตะขาบทุ่ง
Coracias  benghalensis

ที่มา naturephoto-cz.eu
นกกระปูดใหญ่
Centropus  sinensis

ที่มา โอเคเนชั่นดอทเน็ต
นกพญาไฟเล็ก
Pericrocotus  cinnamomeus

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
พบไม่น้อยกว่า 3 ชนิด คือ กระรอกปลายหางดำ ค้างคาวเพดานเล็ก และลิงแสม เป็นต้น
ตัวอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ที่มา กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
และสิ่งแวดล้อม

กระรอกปลายหางดำ
Callosciurus  caniceps


ที่มา กลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
และสิ่งแวดล้อม

ค้างคาวเพดานเล็ก
Scotophilus  kuhlii


ที่มา วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลิงแสม
Macaca fascicularis

ความหลากหลายของหญ้าทะเล

แหล่งหญ้าทะเลในจังหวัดระนองมีพื้นที่ประมาณ 940 ไร่ พบหญ้าทะเลไม่น้อยกว่า 7 ชนิด เช่น หญ้าเงาหรือ
หญ้าใบมะกรูด หญ้ากุยช่ายเข็ม หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าเงาแคระ หญ้าคาทะเล และหญ้าเงาใสหรือหญ้าใบมะกรูดขน แหล่งหญ้าทะเลบริเวณพื้นที่ชุมน้ำ ปากคลองกะเปอร์พบทางทิศเหนือของอ่าว ซึ่งหญ้าทะเลขึ้นได้ดีบนพื้นโคลนปนทรายบริเวณบ้านบางเบนยาว เกาะเทาและเกาะนกฮูก ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวกะเปอร์มีพื้นที่มากที่สุด คือ 690 ไร่ มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์แนวหญ้าทะเลที่พบจะขึ้นอยู่ตามสันทรายใกล้ป่าชายเลนและปากคลอง โดยพบหญ้าทะเลที่ความลึกประมาณ 1.9 – 2.5 เมตร โดยพบหญ้าเงาแคระหรือหญ้าใบพาย (Halophila beccarii) ขึ้นมากที่สุดซึ่งสามารถขึ้นได้ดีบนพื้นโคลนปนทราย เนื่องจากใบมีขนาดเล็กในช่วงน้ำลงตะกอนดินจะปิดทับใบทำให้ช่วยรักษาความชื้นของต้นได้ดี

รายละเอียดเพิ่มเติม >>


ที่มา Northern Fisheries Centre
หญ้ากุยช่ายทะเล
Halodule uninervis
บ้านบางเบน เกาะเทา และเกาะนกฮูก
พบหญ้าทะเลแพร่กระจายบริเวณแนวสันทรายชายฝั่งทางทิศใต้ของบ้านบางเบนซึ่งมีพื้นที่ต่อกับแนวป่าชายเลนมีคลองหลายสายไหลลงในอ่าวกะเปอร์แนวหญ้าทะเลที่พบอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำปากน้ำกะเปอร์จากรายงานการสำรวจหญ้าทะเลของสถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนองพบหญ้าทะเลขนาดเล็กขึ้นกระจายอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ หญ้าเงาแคระ หญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด และ หญ้ากุยช่ายทะเล มีพื้นที่หญ้าทะเลใบมะกรูด และหญ้ากุยช่ายทะเล มีพื้นที่หญ้าทะเลรวมประมาณ 690 ไร่ จากรายงานการประเมินผลกระทบธรณีพิบัติคลื่นใต้น้ำสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ต่อแหล่งหญ้าทะเลฝั่งทะเลอันดามัน พบว่าแนวหญ้าทะเลบ้านบางเบนได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติสึนามิประมาณร้อยละ 30จากการกัดเซาะพื้นเนินทรายแนวหญ้าทะเลใกล้ร่องน้ำ ลำต้นและรากของหญ้าทะเลยังเกาะพื้นอยู่และตะกอนทรายทับบนแนวหญ้าทะเล สภาพทั่วไปของหญ้าทะเลยังมีความอุดมสมบูรณ์

ที่มา Smithsonian Environmental Research Center
หญ้าเงาใสหรือหญ้าใบมะกรูดขน
Halophila decipiens
หมู่เกาะกำ
หมู่เกาะกำอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน พบหญ้าทะเลขึ้นด้านทิศตะวันออกของเกาะเชื่อมต่อกับแนวปะการัง พื้นที่หญ้าทะเลบริเวณหมู่เกาะกำรวมประมาณ 73 ไร่ โดยพบหญ้าทะเล 4 ชนิด ได้แก่ หญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าเงาใสหรือหญ้าใบมะกรูดขน โดยหญ้าเงาใสและหญ้ากุยช่ายทะเลแพร่กระจายอยู่มากมีสภาพตามธรรมชาติ

ที่มา Scuba Equipment USA
หญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด
Halophila ovalis
หมู่เกาะล้าน
แนวหญ้าทะเลบริเวณหมู่เกาะล้านมีประมาณ 41 ไร่ ขึ้นเชื่อมต่อแนวปะการัง พบหญ้าทะเล 3 ชนิด คือ หญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด  หญ้ากุยช่ายทะเล และหญ้าเงาใสหรือหญ้า
ใบมะกรูดขน โดยพบหญ้าเงาใสขึ้นปกคลุมพื้นที่มากที่สุด สภาพของแนวหญ้าทะเลบริเวณหมู่เกาะล้านมีความสมบูรณ์ดี

ที่มา Northern Fisheries Centre
หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย
Cymodocea serrulata
บ้านบางจาก
พบแนวหญ้าทะเลขึ้นแพร่กระจายบนดินโคลนปนทรายประมาณ 128 ไร่ เชื่อมต่อจากแนวป่าชายเลน โดยพบหญ้าทะเล 3 ชนิด คือ หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าคาทะเล และหญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด ซึ่งมีสภาพที่เสื่อมโทรมอันเนื่องมาจากกิจกรรมบนฝั่งทำให้ เกิดตะกอนทับถมลงบนแนวหญ้าทะเล

ที่มา Compulsory Education Advisory Group
หญ้ากุยช่ายเข็ม
Halodule pinifolia
เกาะพยาม
มีพื้นที่หญ้าทะเลน้อยที่สุดในจังหวัดระนอง (ประมาณ 12.58 ไร่) แต่พบชนิดหญ้าทะเลถึง 4 ชนิด ซึ่งถือว่ามีความหลากหลายของชนิดหญ้าและมีความสมบูรณ์ปานกลาง หญ้าทะเลที่พบบริเวณเกาะพะยาม ได้แก่ หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย หญ้าเงาหรือหญ้าใบมะกรูด และหญ้ากุยช่ายทะเล หรือ หญ้าใบมะกรูด หญ้ากุยช่ายทะเล และหญ้ากุยช่ายเข็ม

ที่มา guamreeflife
หญ้าชะเงาเต่า
Thalassia hemprichii
เกาะไข่ใหญ่
พบหญ้าทะเลขึ้นเชื่อมต่อกับแนวปะการังเป็นหย่อมเล็กๆ ด้านทิศตะวันออก รวมพื้นที่ประมาณ8.23 ไร่ มีหญ้าทะเล 4 ชนิด ได้แก่ หญ้าเงาใส หญ้าเงาหรือหญ้าอำพัน หญ้ากุยช่ายทะเล หญ้าชะเงาเต่า พื้นที่หญ้าทะเลเกาะไข่ใหญ่ได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิ ปี 2547
ความหลากหลายของปะการัง

จังหวัดระนองเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่แนวปะการังประมาณ 397 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่แนวปะการังน้อยที่สุดในบรรดาจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีลักษณะเป็นแนวปะการังน้ำตื้นที่ก่อตัวทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ทรัพยากรปะการังในพื้นที่จังหวัดระนองได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิมาก จากการสำรวจผลกระทบของคลื่นยักษ์ต่อแนวปะการังได้ดำเนินการในพื้นที่ของเกาะที่มีแนวปะการังพัฒนาได้ดีพอสมควรจำนวน 5 เกาะ และเกือบทั้งหมดได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เช่น เกาะค้างคาว เกาะกำใหญ่ เกาะกำนุ้ย และเกาะล้านโดยที่ปะการังเสียหายอย่างมากซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากแรงกระทำของคลื่นและรวมทั้งมีตะกอนทรายทับถม แนวปะการังในเขตน้ำตื้นบริเวณชายฝั่งตะวันตกของจังหวัดพังงาได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิอย่างมาก พบปะการังในพื้นที่เสียหายมาก ได้แก่ บริเวณเกาะผ้า เกาะปลิงเล็ก และเกาะปลิงใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากแรงกระทำของคลื่นทำให้ก้อนปะการังพลิกคว่ำ หรือมีการกัดเซาะของแนวสันทรายและทำให้มีตะกอนทรายทับถมแนวปะการัง อย่างไรก็ตามบริเวณดังกล่าวนี้เป็นแนวปะการังขนาดเล็กที่มีสภาพของแนวปะการังเสื่อมโทรมอยู่เดิมเนื่องจากผลกระทบของตะกอนจากการทำเหมืองแร่ในอดีตจากรายงานการสำรวจแนวปะการังของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งรับผิดชอบการสำรวจแนวปะการังชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้สรุปสถานภาพปะการังของทั้งสองพื้นที่ดังนี้
สภาพแนวปะการังอำเภอกะเปอร์และอำเภอสุขสำราญ

สถานที่ พื้นที่ (ไร่) สถานภาพ ปะการังเด่น
เกาะค้างคาว (Koh Kang Khao) 83.75

สภาพดี

Porites lutea, Montipora aequituberculata, M. crassituberculata
เกาะกำใหญ่ (Koh Kam Yai) 29.375
สภาพดีปานกลาง
Goniopora sp. Acropora formosa
เกาะกำนุ้ย (Koh Kam Nui) 231.87
สภาพเสียหาย
Porites lutea, Acropora formosa
หมู่เกาะกำนุ้ย (Mu Koh Kam Nui) 2.5
สภาพเสียหายมาก
Porites lutea, Acropora formosa
เกาะลูกกำใต้ (Koh Luk Kam Tai) 6.250
สภาพดีปานกลาง
Porites lutea, Turninarai sp. Goniopora sp.
เกาะล้าน (Koh Lan) 28.125
สภาพดีปานกลาง
Porites lutea, Turninarai sp. Goniopora sp.
เกาะไข่ใหญ่ (Koh Kai Yai) 15.625
สภาพดีปานกลาง
Turbinaria sp., Porites sp.
Total (Ranong) 397.495    
ที่มา สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน. 2550

ที่มา Ryan Photographic
ปะการังจาน
Turbinaria frondens
หมู่เกาะช้าง
สภาพพื้นทะเลโดยทั่วไปเป็นโคลน ยกเว้นทางด้านตะวันตกของเกาะช้างซึ่งเป็นส่วนที่เปิดรับคลื่นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระดับพื้นทะเลลึกขึ้นและมีพื้นทะเลเป็นทรายละเอียด ในกลุ่มเกาะนี้มีปะการังขึ้นอยู่ได้เพียงเล็กน้อยบนแนวโขดหินทางชายฝั่งด้านตะวันตก โดยมีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 15- 20 ชนิดที่พบเป็นส่วนใหญ่ได้แก่ ปะการังโต๊ะ (Acropora cf. clathrata) ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังจาน (Turbinaria frondens) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites  spp.) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ปะการังสมองร่องสั้น (Platygyra sp.) และปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora sp.) และยังพบปะการังอ่อนดอกเห็ด (Sarcophyton  sp.) และ Cladiella sp. อย่างประปราย อย่างไรก็ตามที่บริเวณหินแพด้านตะวันตกของเกาะตาครุฑ พบปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora columna) ก่อตัวเป็นโซนพื้นราบได้อย่างหนาแน่น ฝั่งตะวันตกของเกาะช้าง มีสาหร่ายใบทุ่น (Sargassum sp.) สาหร่ายดอกจอก (Turbinaria sp.) และสาหร่ายเห็ดหูหนู (Padina sp.) ขึ้นอยู่ทั่วไปบนแนวโขดหิน

ที่มา zeovit
ปะการังโต๊ะ
Acropora clathrata
เกาะพยาม
แนวปะการังก่อตัวได้เกือบตลอดฝั่งตะวันออก มีทั้งส่วนที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลางและเสื่อมโทรม ทางตอนเหนือของฝั่งตะวันออกมีบางส่วนเป็นปะการังที่ก่อตัวเป็นกลุ่มบนพื้นทราย อยู่ในระดับน้ำค่อนข้างตื้น มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 5-25 ทางตอนใต้ของฝั่งตะวันออก (ตั้งแต่ส่วนของเกาะขามลงมา) มีปะการังก่อตัวหนาแน่นขึ้น มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 15-50 ชนิดปะการังที่พบมากได้แก่ ปะการังโขด(Porites lutea) ปะการังโต๊ะ (Acropora clathrata) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ทางฝั่งตะวันตกมีแนวปะการังก่อตัวได้หนาแน่นที่บริเวณปีกอ่าว ทั้งอ่าวตอนเหนือและตอนใต้ โดยอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเป็นส่วนใหญ่ เฉพาะที่อ่าวตอนใต้ที่ยังมีปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลาง โดยรวมแล้วในส่วนของปีกอ่าวมีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 20-65 ส่วนที่อยู่นอกอ่าวออกไปเป็นชายฝั่งโขดหิน มีปะการังขึ้นเป็นกลุ่มและส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลางจนถึงสมบูรณ์ดี มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 5-35 ชนิดปะการังที่พบมากทางฝั่งนี้ได้แก่ ปะการังเขากวาง(Acropora formosa) ปะการังโต๊ะ (Acropora clathrata) ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังสมองร่องใหญ่ (Symphyllia sp.) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) และมักพบปะการังอ่อนหนัง (Sinularia sp.) Cladiella sp. และปะการังอ่อนหนวดยาว (Xenia sp.) บนโขดหิน

ที่มา starfish
ปะการังดาวใหญ่
Diploastrea heliopora
เกาะกำใหญ่
ด้านตะวันตกเป็นแนวโขดหินที่แทบจะไม่มีปะการังขึ้นอยู่เลย แต่มีเพรียงหัวหอม (Clavelina sp.) และสาหร่ายใบทุ่น (Sargassum sp.)ขึ้นอยู่ทั่วไป ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้เป็นแนวโขดหินที่มีปะการังมากขึ้น สิ้นสุดที่ความลึกประมาณ 2.5 เมตร มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 5-15 ส่วนใหญ่ได้แก่ ปะการังเขากวาง(Acropora formosa)ปะการังเขากวางทรงพานแบน(Acropora sp.- corymbose-tabulate form) ปะการังโขด(Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังสมองร่องใหญ่ (Symphyllia sp.) และมีปะการังอ่อนดอกเห็ด (Sarcophyton sp.) และกัลปังหาแส้ขาว (Junceella sp.) ขึ้นอยู่ทั่วไปแนวปะการังก่อตัวได้หนาแน่นเฉพาะทางด้านตะวันออก เป็นแนวปะการังน้ำตื้น มีส่วนของโซนพื้นราบโผล่พ้นน้ำเป็นบริเวณกว้าง ส่วนของโซนลาดชันแคบมาก สิ้นสุดที่ระดับความลึก 1-1.5 เมตร แนวปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลางเป็นส่วนใหญ่ มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 20-40 ส่วนใหญ่ได้แก่ ปะการังดอกไม้ทะเล(Goniopora sp.) ปะการังเขากวาง (Acropora formosa) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) ปะการังสมองร่องสั้น (Platygyra sp.) ปะการังดอกกะหล่ำ (Pocillopora damicornis) ปะการังโขด (Porites lutea)

ที่มา melevsreef
ปะการังช่องเล็กแบบกิ่ง
Montipora digitata
เกาะกำนุ้ย
แนวปะการังก่อตัวเป็นบริเวณกว้างทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะเป็นโซนพื้นราบที่โผล่พ้นน้ำเมื่อน้ำลงเต็มที่ ส่วนด้านตะวันตกและด้านใต้มีปะการังขึ้นหนาแน่นเฉพาะในเวิ้งอ่าว แนวปะการังกระจายได้ลึกขึ้นถึงที่ระดับ 2-4 เมตร โดยรวมในส่วนที่เป็นแนวปะการังทั้งหมดนี้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 15-45 (เฉลี่ย 27?8%) ส่วนใหญ่ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังโขดแบน (P. compressa) ปะการังเขากวาง (Acropora formosa) ปะการังโต๊ะ (Acropora clathrata และ A. hyacinthus) ปะการังสมองร่องใหญ่ (Symphyllia sp.) ปะการังสมองร่องสั้น (Platygyra spp.) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ปะการังช่องเล็กแบบกิ่ง (Montipora digitata) ปะการังช่องเล็กแบบแผ่นปนเคลือบ (Montipora crassituberculata) และปะการังหนามขนุนแบบกิ่ง (Hydnophora rigida) ชายฝั่งส่วนอื่นนอกเหนือจากนี้มีปะการังขึ้นเป็นหย่อมๆบนแนวโขดหิน มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 5-15

ที่มา super stock
ปะการังนิ้วมือผิวขรุขระ
Porites nigrescens
เกาะลูกกำกลาง และเกาะลูกกำออก
เป็นกลุ่มเกาะขนาดเล็กที่มีปะการังขึ้นบนแนวโขดหิน แต่ก็มีแนวปะการังที่ก่อตัวได้หนาแน่นที่เกาะใหญ่ในกลุ่มนี้ โดยที่ฝั่งตะวันตกมีแนวปะการังแคบ มีลักษณะเป็นโซนพื้นราบตื้นๆ มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 10-15 ส่วนด้านตะวันออกแนวปะการังกว้างและลึกขึ้น มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 35-40 โดยภาพรวมแล้วแนวปะการังที่กลุ่มเกาะนี้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ชนิดปะการังที่พบมากได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังนิ้วมือผิวขรุขระ (Porites nigrescens) ปะการังเขากวาง (Acropora formosa และ A. aspera) ปะการังโต๊ะ (Acropora clathrata  และ A. hyacinthus) ปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora  sp.) ปะการังวงแหวน (Favia spp.) ปะการังช่องเหลี่ยม (Favites spp.) และปะการังสมองร่องสั้น (Platygyra sp.)

ที่มา Australian Institute of Marine Science
ปะการังเขากวางทรงพุ่มพาน
Acropora sp.- corymbose form
เกาะลูกกำใต้
ปะการังขึ้นอยู่เป็นกลุ่มบนพื้นทรายทางด้านตะวันออก จัดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลางจนถึงสมบูรณ์ดี มีปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 10-35 ส่วนใหญ่ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังจาน (Turbinaria sp.) ปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora sp.) และปะการังเขากวางทรงพุ่มพาน(Acropora sp.- corymbose form)

ที่มา Water Worx Dive Center
ปะการังเขากวาง
Acropora  formosa
เกาะล้าน
แนวปะการังก่อตัวอยู่ทางด้านตะวันออก มีทั้งส่วนที่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม สมบูรณ์ปานกลาง จนถึงสมบูรณ์ดี มีปริมาณปะการังที่มีชีวิตอยู่ในช่วงร้อยละ 15-70 ชนิดที่พบมากได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังนิ้วมือผิวขรุขระ (Porites nigrescens) ปะการังผิวยู่ยี่ (Porites (Synaraea) rus) ปะการังเขากวาง (Acropora formosa) และปะการังโต๊ะ (Acropora clathrata) แนวปะการังก่อตัวลึกสุดที่ระดับ 1.5-4.5 เมตร

อ้างอิง 1. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. โครงการศึกษาจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลาย
             ทางชีวภาพ (Biodiversity Hotsports) จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และจังหวัดภูเก็ต. 2552.

          2. International Union for Conservation of Nature
          3. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
          4. สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน