ขนบธรรมเนียม ประเพณี และการดำรงชีวิต

เขตภูเขาซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมของโลก และเป็นแหล่งพลังงาน ทรัพยากร อีกทั้งความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความสำคัญ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต และความเชื่อของมนุษย์ต่อธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการดูแลพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ที่เป็นระบบนิเวศอื่นๆ

วัฒนธรรมและความเชื่อ

คนพื้นเมืองดั้งเดิมบนภูเขา จะมีความเชื่อ ความเคารพธรรมชาติ และมักเรียกธรรมชาติเป็นแม่ เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ แม่ธรณี ซึ่งเป็นท่าทีที่ มนุษย์อยู่กับธรรมชาติด้วยความเคารพและกตัญญู หรือเรียกธรรมชาติบางอย่างว่าพระ เช่น พระเพลิง พระพาย พระอาทิตย์ พระจันทร์ และบนภูเขาจะมีความเชื่อที่พิเศษขึ้นไปอีก คือ เรื่องเจ้าป่าเจ้าเขา ผีดิน ผีน้ำ ผีนา ผีลำห้วย

เป้าหมายชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่บนภูเขา คือ ความสุข ในการได้มีผลผลิตทางการเกษตรที่ดี ทำให้มีปัจจัยในการเลี้ยงชีวิตที่พอเพียง สุขภาพดีไม่ป่วยไข้ ดินฟ้าอากาศดี และความสุขที่มีสมาชิกมีครอบครัวเป็นคนดี ขยันช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ไม่โกหก ไม่กินเหล้า เหมือนการประพฤติตามศีล 5 ของเราชาวพุทธ ซึ่งเป็นเรื่องของความพอดี

ประเพณี

คนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น ช่วยกันสร้างบ้าน ซึ่งมาจากวัสดุท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ หลังคาอาจจะเป็นใบตองตึง หญ้าคา ใบค้อ หรือใบจาก อีกทั้งคนในชุมชนจะช่วยกันในส่วนของพิธีกรรมในชุมชน เช่น การเกิด จะมีผู้เฒ่าผู้แก่มาช่วยกัน มีการตั้งชื่อและอวยพรให้เด็ก หรือพิธีแต่งงาน ทุกคนในชุมชนมาช่วยและอวยพรให้คู่แต่งอยู่กันอย่างมีความสุข ฯลฯ ซึ่งเป็นประเพณีที่คนไทยเราก็มีอยู่ ในรอบปีจะมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับปฏิทินการเกษตร เมื่อมีการเพาะปลูก ก็จะไหว้เทวดา เจ้าที่เจ้าทางขอให้พื้นที่นาได้ผลผลิตดี ซึ่งแสดงให้เห็นความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติของพี่น้องที่อยู่บนภูเขา ถ้ามีการเจ็บป่วยขึ้นจะมีการรักษาโดยหมอผีซึ่งเชื่อว่าติดต่อกับเทวดาหรือวิญญาณต่างๆ ได้ หาสาเหตุการป่วยว่า เป็นเพราะเหตุใด ไปทำผิดผีต่างๆ หรือไม่ ซึ่งต้องทำพิธีขอขมาหรือถ้าขวัญหายไปต้องทำพิธีเรียกขวัญ

ประเพณีเหล่านี้มีคุณค่าและความหมาย ทำให้ผู้ป่วยมีขวัญและ กำลังใจเพราะได้รับพรจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่มาร่วมในพิธี และยังมีพิธีการ ที่ขอบคุณเทวดาทั้งหลายถ้าได้ผลผลิตดี เช่น พิธีโล้ชิงช้าของชาวอาค่า หรือพิธีปีใหม่ของพี่น้องชนเผ่าต่างๆ หรือพิธีกินข้าวใหม่ ซึ่งเป็นการนำข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวได้ และพืชผลที่ปลูกในไร่นามาไหว้เทวดา หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิที่ช่วยให้ได้ผลผลิตดี สิ่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ทำให้คนบนภูเขามีความผูกพันกับธรรมชาติ และเข้าใจ ธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง1

ชาวเขา แต่ละเผ่าจะมีขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันแต่แตกต่างกันในรายละเอียด เช่น ประเพณีปีใหม่ การแต่งงาน2 เช่น

ประเพณี/ วิถีชีวิต

ชนเผ่า
กะเหรี่ยง
แม้วหรือม้ง
มุเซอหรือลาหู่
อีก้อหรืออาข่า
ลีซอ
การแต่งงาน ไม่มีสินสอด ฝ่ายหญิงเป็นคนจัดงานทั้งหมด หลังจากแต่่งงานแล้ว ฝ่ายชายจะไปอยู่กับฝ่ายหญิง มีสินสอด ฝ่ายชายจะเป็นคนจัดพิธีการแต่งงานทั้งหมด หลังจากแต่่งงานแล้ว ฝ่ายหญิงจะไปอยู่กับฝ่ายชาย ไม่มีสินสอด ฝ่ายชายจะเป็นคนจัดพิธีการแต่งงานทั้งหมด หลังจากแต่่งงานแล้ว ฝ่ายชายจะไปอยู่กับฝ่ายหญิง ไม่มีสินสอด ฝ่ายชายเป็นคนจัดพิธีแต่่งานทั้งหมด หลังจากแต่งงานแล้ว ฝ่ายหญิงไปอยู่กับฝ่ายชาย แต่ต้องไปช่วยงานของผู้ใหญ่ ทั้งสองฝ่ายให้เท่า ๆ กัน มีสินสอด ฝ่ายชายจะเป็นคนจัดพิธีการแต่งงานทั้งหมด หลังจากแต่่งงานแล้ว ฝ่ายหญิงจะไปอยู่กับฝ่ายชาย
สีกับความเชื่อ สีมงคล:สีแดง และสีขาว
สีอัปมงคล:สีดำ
สีมงคล:สีดำ
สีอัปมงคล:สีแดง
สีมงคล:สีขาว และสีเหลือง
สีอัปมงคล:สีดำ
สีมงคล:สีแดง
สีอัปมงคล:สีดำ
สีมงคล:สีแดง
สีอัปมงคล:สีขาวและดำ
ปีใหม่ ชาวกะเหรี่ยงจะเรียกว่า นี่ซอโค่ เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งจะตรงกับช่วงหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของชาวกะเหรี่ยง เพราะเหล่าญาติพี่น้องที่ได้แต่งงาน หรือจากบ้านไปทำงานที่อื่น จะกลับมาร่วมงานปีใหม่กันอย่างพร้อมเพรียง ในวันฉลองปีใหม่นั้นชาวกะเหรี่ยงมีกิจกรรมที่นิยมปฏิบัติ คือ ทำขนม และของคบเคี้ยว ได้แก่ ข้าวปุ๊ก ข้าวเหนียวต้ม ข้าวหลาม เพื่อที่จะเป็นของถวายเทพเจ้า และเป็นอาหารกินในวันนั้นอีก ชาวม้งเรียกกันว่า “น่อเป๊โจ่วฮ์” แปลตรงตัวได้ว่า “กินสามสิบ” ส่วนใหญ่จะตกอยู่ประมาณ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม จะมีการจัดกิจกรรมมากมายหลายชนิด ได้แก่ การโยนลูกช่วง การเล่นลูกข่าง การประกวดธิดาดอย การประกวดการร้องเพลงม้ง ภาษาลาหู่ (มูเซอ) เรียกว่าประเพณี เขาะเจ๊าเว มีความหมายในภาษาไทยแปลว่า ปีใหม่การกินวอ พีธีฉลองปีใหม่ของลาหู่ ไม่มีการกำหนดการเฉพาะเจาะจงแน่นอน จะเลือกเวลาที่สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ และเสร็จสิ้นภาระกิจการทำงานทำไร่ ทำสวน จากการเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว อาจเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หรือเมษายน จะใช้เวลาในการฉลองเทศกาลฉลองปีใหม่รวม 12 วัน โดยจะมีการจุดเทียนขี้ผึ้งสวดอ้อนวอนเทพเจ้าที่นับถือ เพื่อให้เกิดความสงบสุข พร้อมทั้งความอุดมสมบูรณ์แก่สมาชิกในแต่ละครอบครัวของชุมชน   เทศกาลการฉลองปีใหม่ของอาข่านั้นมีหลายเทศกาลซึ่งได้แก่ -ประเพณี ไข่แดง หรือ ขึ่มสึ ขึ่มมี้ อาเผ่ว ซึ่งมีความหมายว่า ประเพณีการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตรงกับกลาง เดือน เมษายน

-ประเพณีตีลูกข่างหรือ ค๊าท้องอ่าเผ่ว เป็นประเพณีเปลี่ยนฤดูกาล ทำมาเลี้ยงชีพ ประเพณีนี้จะจัดขึ้นประมาณ เดือนธันวาคมของทุกปี

-ประเพณีโล้ชิงช้าหรือ แย้ขู่อ่าเผ่ว ซึ่งจะมี การจัด ขึ้นทุก ๆ ปี ประมาณปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน

ซึ่งแต่ละประเพณีนั้นล้วนแต่มีความสำคัญ มีคุณค่าต่อภูมิปัญญา ของชาวอาข่า

เทศกาลฉลองปีใหม่ของลีซู หรือ โข่เซยี่ยอาบา เป็นเทศกาลปีใหม่ที่มี ความสำคัญของชาวลีซูมาก เพราะชาวลีซูมีความเชื่อว่าเป็นวันเริ่มต้นสำหรับชีวิตใหม่ และสิ่งใหม่ๆหรือเรียกว่าฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้ามากับ ตัวเอง ในงานเทศกาลปีใหม่ลีซูนั้นมีการจัดกิจกรรมหลายอย่างได้แก่ การทำ บุญศาลเจ้า การขอศีลขอพรจากเทพเจ้าและจากผู้อาวุโส มีการละเล่นต่าง ๆ การร้องเพลง การเต้นรำเป็นต้น

 

อ้างอิง 1 : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.2550.ายงานการประชุมวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพกับการขจัดปัญหาความยากจน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน.118 หน้า

2 : พิพิธภัณฑ์ชาวเขา