การเกษตรที่สูงในประเทศไทย
การทำการเกษตรของชาวเขาจะมีลักษณะเป็นการทำไร่เลื่อนลอย คือ ย้ายที่ไปเรื่อยๆ หลังจากที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์หรือมีวัชพืชเกิดขึ้น ทำให้มีการทำลายป่า เพื่อการเพาะปลูกกันมากขึ้นทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทรงเห็นว่าการที่จะขับไล่หรือเคลื่อนย้ายชาวเขา ให้ไปอยู่ในที่ที่กำหนดให้นั้นจะทำได้ยาก แต่ถ้าสามารถช่วยให้ชาวเขามีความรู้ ความสามารถทำการเกษตรอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้ชาวเขาตั้งหลักแหล่งอยู่ในที่ถาวรได้โดยไม่เคลื่อนย้ายทำไร่เลื่อนลอยดังแต่ก่อน และจะก่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมในที่สุดจึงทำให้เกิดโครงการส่วนพระองค์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2512 มีชื่อว่า "โครงการหลวง" จึงทำให้เกิดการค้นคว้าวิจัยทางเกษตรสาขาใหม่ขึ้นในประเทศไทย นั่นคือ "การเกษตรที่สูง"
การเกษตรที่สูง
พืชหลายชนิดที่สามารถปลูกได้ตลอดปีบนที่สูง เช่น ผักต่างๆ มันฝรั่ง ไม้ดอกและไม้ ประดับ จึงทำให้เกิดอาชีพที่จะปลูก "พืชนอกฤดู" ได้อีกด้วย เช่น ผักและไม้ดอกเมืองหนาวนั้น จะปลูกได้ในพื้นที่ต่ำเฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น ในฤดูที่ไม่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ต่ำ จึงเหมาะที่จะปลูกบนที่สูง เพราะจะขายได้ราคาดีและไม่มีการแข่งขันมากนัก การปลูกพืชบนที่สูงนั้นสามารถตั้งวัตถุประสงค์ให้เกิดประโยชน์ได้เป็น 4 กรณี คือ
- ปลูกพืชเมืองหนาวที่ไม่สามารถปลูกในที่อื่นได้
- ปลูกพืชที่ทำให้ได้คุณภาพของผลิตผล และผลประโยชน์ดีขึ้น
- ปลูกพืชนอกฤดู
- ปลูกพืชเพื่อผลิตเมล็ดหรือหัวพันธุ์ในบรรดาพืชต่าง
นอกจากการปลูกพืชแล้ว การเลี้ยงสัตว์บนที่สูงก็สามารถทำได้เช่นกัน เช่น แกะและวัวพันธุ์ต่างประเทศ จึงอาจเหมาะสำหรับโครงการผสมพันธุ์สัตว์หรือโครงการเลี้ยงวัวพันธุ์ต่างประเทศ นอกจากนี้ กรมประมงได้ทดลองเลี้ยงปลาหลายชนิด เพื่อศึกษาชนิดของปลาที่มีความเหมาะสม ที่จะเลี้ยงในที่อุณหภูมิต่ำได้ดี ซึ่งต่อมาได้พบว่าปลาที่มีการเจริญเติบโตได้ดี คือ ปลานิล ปลาไน ปลาไนทรงเครื่อง และปลาจีน
แนวทางการจัดการเกษตรบนพื้นที่สูง
- การปลูกพืชในที่ซึ่งเป็นภูเขาและหุบเขา ควรคำนึงถึงแหล่งต้นน้ำลำธาร ในพื้นที่ลาดชันสูงและที่ดินไม่ดี ควรปลูกไม้ป่าหรือไม้ผลบางชนิดที่ทนทาน เช่น บ๊วย ส่วนในที่ซึ่งมีความลาดชันปานกลางถึงลาดชันน้อยจะเหมาะสำหรับไม้ผลและพืชอายุสั้นต่างๆ เช่น ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชไร่ตลอดจนพืชสมุนไพร
- การทำการเกษตรบนที่สูงซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ควรทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ การใช้สารเคมีต่างๆ เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และยากำจัดวัชพืช อาจปะปนลงไปในลำห้วยลำธารต่างๆ ได้ง่าย และสารเคมีบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ ซึ่งจะไหลลงมาสู่พื้นที่ต่ำและลงสู่แม่น้ำในที่สุด ทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง การให้น้ำแก่พืชที่ปลูกบนที่สูงควรทำอย่างประหยัดและมีการควบคุม
- การทำการเกษตรที่สูง อาจก่อให้เกิดการพังทลายของดินได้โดยง่าย หากขาดความเข้าใจหรือขาดความระมัดระวัง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการปลูกพืช การเตรียมดินแบบขั้นบันไดเพื่อใช้ปลูกพืช จึงมีความสำคัญในที่ลาดชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพืชอายุสั้นซึ่งจะต้องปลูกหลายครั้งในแต่ละปีและต้องการการไถพรวนอยู่เสมอ
- การรักษาสมดุลของธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบเกษตรบนพื้นที่สูงกับพื้นที่ต่ำแล้วการทำการเกษตรบนที่สูงนับว่ายังใหม่มาก ดังนั้น ควรพยายามรักษาสมดุลของธรรมชาติไว้ 1
1 อ้างอิง : นายปวิณ ปุณศรี การเกษตรที่สูงในประเทศไทย .สาราณุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
|