โครงการศึกษาสถานภาพนกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัยสำคัญในประเทศไทย (2568)
รายละเอียดโครงการ

- ที่มาความสำคัญ
โครงการความร่วมมือพันธมิตรสำหรับการอนุรักษ์นกอพยพและการใช้ประโยชน์ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกน้ำอพยพอย่างยั่งยืนในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก – ออสเตรเลีย (Partnership for the Conservationof Migratory Waterbirds and the Sustainable Use of their Habitats in the East Asia – Australasian Flyway หรือ East Asian – Australasian FlywayPartnership: EAAFP) มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงาน คือ 1. เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ 2. สนับสนุนการสื่อสาร การศึกษา และการสร้างจิตสำนึกของสาธารณชนให้เห็นถึงคุณค่าความสำคัญของนกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัย 3. สนับสนุนการศึกษาวิจัยและการติดตามในเส้นทางอพยพรวมทั้งเสริมสร้างความรู้และให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของนกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัย 4. เสริมสร้างศักยภาพและความสามารถด้านการบริหารจัดการนกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัย ให้แก่ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ 5. พัฒนาปรับปรุงพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดพันธุ์และถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญ เพื่อนำไปสู่การยกระดับสถานภาพการอนุรักษ์นกน้ำอพยพ โดยประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ EAAFP ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ปากแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่ ปากทะเล – แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี นาเกลือบ้านโคกขาม จังหวัดสมุทรสาครและศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ สมาชิกโครงการความร่วมมือ EAAFP ต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพทุก ๆ 6 ปี เพื่อให้ข้อมูลชนิดพันธุ์นกน้ำอพยพและระบบนิเวศในพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ มีความเป็นปัจจุบันก่อนจัดส่งให้สำนักงานเลขาธิการ EAAFP และสามารถใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อการวางแผนหรือจัดเตรียมแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางความร่วมมือฯ จึงดำเนินการสำรวจสถานภาพนกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำในอ่าวไทยตอนในให้เป็นปัจจุบัน และประเมินพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพเพิ่มเติม เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและเครือข่ายให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และเพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการทำงาน การสร้างจิตสำนึกความตระหนักในคุณค่า - วัตถุประสงค์
1. เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)
2. เพื่อศึกษา และรวบรวมข้อมูลสถานภาพนกน้ำอพยพ และนกประจำถิ่นที่สำคัญ ข้อมูลสถานภาพของพื้นที่ทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ เคมี ด้านเศรษฐกิจและสังคม การใช้ประโยชน์พื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ การดำเนินงานของเครือข่ายอนุรักษ์ รวมทั้งสถานการณ์การคุกคามและปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงชีวิตและการเปลี่ยนแปลงของประชากรนกในพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยของนกน้ำอพยพและนกประจำถิ่นที่สำคัญของประเทศไทย
3. เพื่อประเมินศักยภาพและจัดลำดับความสำคัญพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยนกน้ำอพยพในประเทศไทย ในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ และจัดทำข้อมูลเพื่อประกอบการนำเสนอขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ (Site Information sheet) ตามรูปแบบของ EAAFP
4. เพื่อจัดทำคู่มือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยนกน้ำอพยพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน - ผลผลิตของโครงการ
1. ข้อมูลสถานภาพนกน้ำอพยพของพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพในอ่าวไทยตอนใน และพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเสนอเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ
2. ข้อมูล Site Information Sheet ของพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพในอ่าวไทยตอนใน และพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพ
3. คู่มือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยนกน้ำอพยพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน - ที่ปรึกษา
บริษัท เทสโก้ จำกัด - พื้นที่ศึกษา
พื้นที่เครือข่ายนกน้าอพยพบริเวณอ่าวไทยตอนใน 6 พื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ประกอบด้วย (1) บ้านปากทะเล-แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี (2) นาเกลือบ้านโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร (3) ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ (4) ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม และ (5) หาดเลนบ้านคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ (1) ปากแม่น้ำบางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี และ (2) ปากน าประแส จังหวัดระยอง - ระยะเวลาดำเนินโครงการ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568